คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2292/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การโดยอ้างว่าขาดนัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยยังมิได้ตรวจคำให้การ ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 199 ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในระหว่างพิจารณา
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่อนุญาตให้ยื่นคำให้การ โดยยังมิได้ตรวจดูคำให้การจำเลย คำสั่งของศาลชั้นต้นเช่นนี้ไม่ใช่คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18แต่เป็นคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199และเป็นคำสั่งโดยปกติในระหว่างการพิจารณาของศาลก่อนที่จะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยไว้พิจารณาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาย่อมพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดชดใช้เงินแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การให้นัดสืบพยานโจทก์ ก่อนถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่ามิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ขออนุญาตยื่นคำให้การซึ่งยื่นมาพร้อมคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยที่ 2 มิได้ขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การก่อนกำหนดระยะเวลายื่นคำให้การสิ้นสุดลง สั่งยกคำร้อง และไม่รับคำให้การจำเลยที่ 2
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องของจำเลยที่ 2 เสียใหม่
ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของจำเลยที่ 2 แล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 2ขาดนัดยื่นคำให้การโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่อนุญาตให้ยื่นคำให้การและให้นัดสืบพยานโจทก์ต่อไป
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นอีก
ศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุสมควรที่จะรับคำให้การไว้พิจารณาพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำให้การจำเลยที่ 2 แล้วดำเนินการพิจารณาพิพากษาไปตามรูปคดี
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การเมื่อพ้นกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ยื่นคำให้การ โดยอ้างเหตุว่าทนายไม่อยู่ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การเพราะเห็นว่าไม่มีเหตุสมควร โดยยังมิได้ตรวจดูคำให้การจำเลยที่ 2 ว่าจะเรียบร้อยหรือขาดตกบกพร่องประการใด คำสั่งของศาลชั้นต้นเช่นนี้จึงไม่ใช่คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 จึงอุทธรณ์ตามมาตรา 228 (3) ไม่ได้ คำสั่งของศาลชั้นต้นตามมาตรา 199 นี้ เป็นคำสั่งโดยปกติในระหว่างการพิจารณาของศาล ก่อนที่จะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีอันไม่เข้ากรณีที่ระบุเป็นข้อยกเว้นไว้ตามมาตรา 227, 228 จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์จำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาเป็นการไม่ชอบ
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2292/2516
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาอุดรธานี โดยนายอุดม มณีสถิตย์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอราวัณอุดรธานีก่อสร้าง โดยนายโกวิท ตันสุธรรม จำเลย
หุ้นส่วนผู้จัดการ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาอุดรธานี โดยนายอุดม มณีสถิตย์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอราวัณอุดรธานีก่อสร้าง โดยนายโกวิท ตันสุธรรม · จำเลย - หุ้นส่วนผู้จัดการ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมคิด มงคลชาติ · ประสาท สุคนธมาน · ประพจน์ ถิระวัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา