⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3107/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3107/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จตามกฎหมายอาญา หมายถึง การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ไม่ใช่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย หรือการกล่าวหาในลักษณะที่มิใช่ความผิดอาญา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ได้พกพาอาวุธปืนขณะที่มิได้อยู่ในบ้านของตน แต่อยู่ที่บ้านของพี่โจทก์จำเลยเป็นตำรวจได้ตรวจค้นพบอาวุธปืนนั้นที่ตัวโจทก์จึงจับโจทก์และแจ้งความหาว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาล และพกพาอาวุธปืนกรณีเป็นเรื่องที่จำเลยแจ้งข้อความตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ การพกพาอาวุธปืนเช่นนี้จะเป็นความผิดต่อกฎหมายตามที่จำเลยแจ้งหรือไม่ ไม่สำคัญเพราะการแจ้งข้อความย่อมหมายถึงการแจ้งข้อเท็จจริง ไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมายและการที่จำเลยแจ้งด้วยว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาลนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความผิดอาญาการ กระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.173

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานตำรวจกับตำรวจอีกหลายคนได้ร่วมกันกระทำการในตำแหน่งอันมิชอบเพื่อจะแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษโดยร่วมกันเข้าทำการจับกุมตัวโจทก์แกล้งกล่าวหาว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาลและพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมกับยึดปืน ๒ กระบอกและกระสุนปืนของโจทก์ซึ่งเป็นปืนที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายในบ้านที่โจทก์ พี่โจทก์ และบิดาโจทก์พักอาศัย โดยจำเลยทั้งสองกับพวกรู้หรือควรจะรู้ว่าโจทก์ไม่ใช่บุคคลอันธพาล และโจทก์ได้พกอาวุธในสถานที่ที่โจทก์มีสิทธิพาได้โดยชอบด้วยกฎหมายโจทก์ไม่ได้กระทำผิดต่อกฎหมายใด ๆ จำเลยทั้งสองกับพวกไม่มีอำนาจจับกุมหรือกล่าวหาโจทก์ในข้อหาว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาลหรือข้อหาพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์กระทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นการกระทำในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อจะแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษเมื่อจำเลยทั้งสองกับพวกได้ควบคุมตัวโจทก์มาสถานีตำรวจจำเลยที่ ๑ ได้แจ้งความกล่าวโทษเป็นความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา โดยรู้อยู่ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นแก่พนักงานสอบสวน ว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาลและพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความแล้ว เนื่องจากการกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกดังกล่าว โจทก์ต้องถูกควบคุมกักขังไว้ที่สถานีตำรวจเป็นเวลา ๓ วัน ในการที่จำเลยทั้งสองกับพวกจับกุมและควบคุมกักขังโจทก์จำเลยทั้งสองกับพวกได้ร่วมกันเรียกร้องเงินจากโจทก์๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าโจทก์ยอมให้ก็จะปล่อยตัวโจทก์ไม่ควบคุมและดำเนินคดีโจทก์การกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบข่มขืนหรือจูงใจโจทก์เพื่อให้โจทก์หรือบุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินแก่ตนหรือผู้อื่นอีกด้วย การกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกดังกล่าวเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์และผู้อื่น และเป็นการทำให้โจทก์และผู้อื่นเสียหายหรืออาจเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา๘๓,๙๐,๙๑, ๑๔๘, ๑๕๗, ๑๗๒, ๑๗๓, ๒๐๐, ๒๐๑, ๓๑๐ และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔, ๑๓, ๑๔ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า คดีโจทก์มีมูลความผิดเฉพาะจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๑๔๘, ๒๐๑ มีคำสั่งให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาตามมาตรา ๑๔๘, ๒๐๑ คำฟ้องนอกนั้นไม่มีมูล ให้ยกเสียและให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้นเป็นว่า คดีโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสองมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๕๗, ๒๐๐,๒๐๑, ๓๑๐, ๘๓ ให้ประทับฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาตามมาตราที่กล่าวข้างต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ได้พกพาอาวุธปืนขณะที่มิได้อยู่ในบ้านของตน แต่อยู่ที่บ้านของพี่โจทก์ จำเลยเป็นตำรวจได้ตรวจค้นพบอาวุธปืนนั้นที่ตัวโจทก์ จึงจับโจทก์และแจ้งความหาว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาล และพกพาอาวุธปืนเช่นนี้จะเป็นความผิดต่อกฎหมายตามที่จำเลยแจ้งหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะการแจ้งความย่อมหมายถึงการแจ้งข้อเท็จจริง ไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมายและการที่จำเลยแจ้งด้วยว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาล นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความผิดอาญา การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ คดีไม่มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒, ๑๗๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3107/2516 นายจรูญ ทรัพย์ประสม โจทก์ พันตำรวจโทเสรี หาสตะนันท์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจรูญ ทรัพย์ประสม · จำเลย - พันตำรวจโทเสรี หาสตะนันท์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายสุทิน นนทแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายสมัย พนมวัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3025/2526ฎีกา 1076/2551ฎีกา 284/2507ฎีกา 1047/2514ฎีกา 1499/2531ฎีกา 7008/2548ฎีกา 13537/2553ฎีกา 209/2506ฎีกา 1370/2505ฎีกา 1050/2514ฎีกา 2372/2519ฎีกา 897/2507ฎีกา 2482/2527ฎีกา 3550/2541ฎีกา 586-600/2504ฎีกา 2249/2515ฎีกา 1022/2505ฎีกา 125/2507ฎีกา 4/2537ฎีกา 95/2507ฎีกา 844/2506ฎีกา 2453/2521ฎีกา 2027/2526ฎีกา 5236/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา