คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2186/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของบ้านยินยอมให้เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายค้น ย่อมทำให้การตรวจค้นนั้นชอบด้วยกฎหมาย แม้บุคคลอื่นจะขัดขวางการจับกุมโดยอ้างว่าเจ้าพนักงานไม่มีหมายค้น ก็ไม่อาจเป็นเหตุให้พ้นผิดได้
ย่อคำพิพากษา
แม้ว่าสิบตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านราษฎรเพื่อจับคนร้ายโดยไม่มีหมายค้น แต่ บ. เจ้าของบ้านที่ถูกคนยินยอมให้ค้นได้ จำเลยซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่และได้ร่วมค้นด้วยแต่กลับขัดขวางการจับกุมคนร้ายจะอ้างว่าจเจ้าพนักงานตำรวจไม่มีหมายค้นมาเป็นเหตุให้ตนพ้นผิดหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จ่าสิบตำรวจชัยยุทธผู้เสียหายเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย ได้เข้าจับกุมนายเลิศ ผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์อันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยได้บังอาจขัดขวางการจับกุมโดยใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำกระชากและกัดมือผู้เสียหายจนได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยได้ต่อสู้ขัดขวางและกัดข้อมือผู้เสียหายจริง แต่การตรวจค้นเพื่อจับนายเลิศนั้น ผู้เสียหายกับพวกไม่มีอำนาจกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แม้นายบังเจ้าของบ้านจะอนุญาตก็ตาม การตรวจค้นและจับกุมของผู้เสียหายกับพวก จึงเป็นการตรวจค้นจับกุมโดยมิชอบ เมื่อจำเลยต่อสู้ขัดขวางเพื่อมิให้จับกุมนายเลิศ จึงเป็นการป้องกันสิทธิของนายเลิศ การกระทำของจำเลยจึงฟังไม่ได้ว่าได้กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เจ้าพนักงานตำรวจขึ้นไปค้นและจับกุมนายเลิศบนบ้านเรือนของนายบัว เมื่อนายบัวอนุญาต จึงมีเหตุสมควรที่ผู้เสียหายกับพวกจะเข้าไปค้นและจับกุมได้ เมื่อจำเลยขัดขวาง จำเลยจึงมีความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ตามโจทก์ฟ้อง พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ ให้จำคุก ๖ เดือน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันเกิดเหตุผู้เสียหายได้รับคำสั่งจากร้อยตำรวจโทโกศล หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอห้วยเม็ดให้ร่วมกับร้อยตำรวจตรีสัมฤทธิ์กับพวกไปจับกุมนายเลิศ ในข้อหากรรโชกทรัพย์ เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวได้ขอร้องให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านไปร่วมจับนายเลิศด้วยที่บ้านของนายบัว และจับนายเลิศได้ที่นั่น ขณะจับกุมผู้เสียหายได้วิ่งขึ้นไปบนบ้านนายบัว เพื่อจับกุมนายเลิศตามที่ร้อยตำรวจตรีสัมฤทธิ์ร้องให้ช่วย จำเลยได้วิ่งจากห้องมากั้นไว้ เมื่อผู้เสียหายวิ่งเข้าไปในห้องเพื่อช่วยจับนายเลิศ จำเลยก็ได้วิ่งตามไปกระชากแขนและกัดข้อมือซ้ายผู้เสียหาย วินิจฉัยว่าเมื่อข้อเท็จจริงได้ดังนี้ แม้เจ้าพนักงานตำรวจจะไม่มีหมายค้น แต่ปรากฏว่านายบัวเจ้าของบ้านที่จะถูกค้นยินยอมให้ค้น ทั้งจำเลยซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ก็ได้ร่วมค้นด้วย จำเลยจะอ้างเหตุนี้เพื่อให้พ้นความผิดหาได้ไม่ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
(จันทร์ ระรวยทรง แผ้ว ศิวะบวร พยนต์ ยาวะประภาษ)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2186/2518
พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์
นายทองดี ราชโคตร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ · จำเลย - นายทองดี ราชโคตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายกองเกียรติ รัตนพานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา