⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2335/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2335/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ย่อมมีอำนาจจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าได้ตามกฎหมาย แม้ขณะนั้นจะอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อื่นก็ตาม การต่อสู้ขัดขวางหรือทำร้ายเจ้าพนักงานเพราะเหตุที่กระทำการตามหน้าที่ ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่ยอมให้ร้อยตำรวจโท ว.จับกุม ได้ชกต่อยร้อยตำรวจโท ว.ที่จะเข้าจับกุม จำเลยซึ่งทำร้ายผู้อื่นซึ่งหน้า แม้ขณะเกิดเหตุร้อยตำรวจโท ว. จะเป็นร้อยเวรสอบสวนทำหน้าที่ สอบสวน และไปนั่งในร้านอาหารที่เกิดเหตุ แต่ร้อยตำรวจโท ว.ก็เป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ย่อมมีอำนาจจับกุมจำเลยซึ่งกระทำความผิดซึ่งหน้าได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 การที่ร้อยตำรวจโท ว.ทำหน้าที่ร้อยเวรสอบสวน และไปนั่งในร้านขายอาหาร ไม่ทำให้ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งหน้า การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ และทำร้ายเจ้าพนักงานเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยชกต่อยสิบตำรวจตรีสันติ สุวรรณเนตร ได้รับอันตราแก่กายและต่อสู้ขัดขวางไม่ยอมให้ร้อยตำรวจโทวินัย พิชัยรัตน์ พนักงานสอบสวน จับกุม และชกต่อยร้อยตำรวจโทวินัย พิชัยรัตน์ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑,๑๓๘,๒๙๕,๒๙๖ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ ข้อ ๒ จำเลยให้การปฏิเสธว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ กระทงหนึ่ง มาตรา ๑๓๘ วรรคสองอีกกระทงหนึ่ง จำคุกกระทรงละ ๔ เดือน ปรับกระทงละ ๖๐๐ บาท รวมจำคุก ๘ เดือน ปรับ ๑,๒๐๐ บาท รับสารภาพชั้นจับกุม ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามมาตรา ๗๘ จำคุก ๖ เดือน ปรับ ๙๐๐ บาท รอการลงโทษจำคุกไว้ ๒ ปี ค่าปรับจัดการตามมาตรา ๒๙,๙๐ โจทก์อุทธรณ์ ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๖ อีกกระทงหนึ่ง และให้ลงโทษสถานหนัก ไม่รอการลงโทษ จำเลยอุทธรณ์ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมีสิทธิฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ในปัญหาว่าเป็นการป้องกันตามกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาข้อหาทำร้ายร่างกายว่า ในวันเวลาเกิดเหตุขณะที่สิบตำรวจตรีสันติ สุวรรณเนตร นั่งรับประทานอาหาร จำเลยเข้ามาทางด้านหลังชกต่อยบริเวณศีรษะสิบตำรวจตรีสันติหลายครั้ง ครั้งสิบตำรวจตรีสันติหันไปดู จำเลยก็ชกปากสิบตำรวจตรีสันติ วินิจฉัยว่ากรณีตามข้อเท็จจริงนี้ไม่เป็นการป้องกันตามกฎหมาย ส่วนฎีกาของจำเลยให้ข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่และทำร้ายเจ้าพนักงานเพราะเหตุกระทำตามหน้าที่นั้น ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ยอมให้ร้อยตำรวจโทวินัยจับกุม ได้ชกต่อยร้อยตำรวจโทวินัยที่จะเข้าจับกุมจำเลย ซึ่งทำร้ายสิบตำรวจตรีสันติซึ่งหน้า จำเลยฎีกาว่าขณะเกิดเหตุนั้น ร้อยตำรวจโทวินัยเป็นร้อยเวรสอบสวนทำหน้าที่ สอบสวน การที่มานั่งในร้านอาหารและทำการจับกุมจำเลยไม่เป็นการปฏิบัติการตามกฎหมายโดยอ้างคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๑๙/๒๕๐๑ นั้น เห็นว่าร้อยตำรวจโทวินัยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานย่อมมีอำนาจจับกุมจำเลยซึ่งกระทำความผิดซึ่งหน้าได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๘ การที่ร้อยตำรวจโทวินัยทำหน้าที่ร้อยเวรสอบสวน และไปนั่งในร้านขายอาหาร ไม่ทำให้ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งหน้า ฎีกาขอจำเลยอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ พิพากษายืน (สุมิตร ฟังทองพรรณ กฤษณ์ โสภิตกุล ชุบ วีระไวศิน) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2335/2518 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายสมบัติ กาญจนแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายสมบัติ กาญจนแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายเสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญสง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 187/2507ฎีกา 6635/2551ฎีกา 845/2487ฎีกา 2745/2524ฎีกา 3579/2531ฎีกา 644/2464ฎีกา 8198/2550ฎีกา 243/2509ฎีกา 1037/2503ฎีกา 8764/2554ฎีกา 1328/2544ฎีกา 1595/2532ฎีกา 1082/2507ฎีกา 1041/2506ฎีกา 2218/2536ฎีกา 1240/2554ฎีกา 277/2466ฎีกา 1318/2506ฎีกา 1087/2492ฎีกา 986/2485ฎีกา 698/2516ฎีกา 1164/2546ฎีกา 2220/2540ฎีกา 195/2472
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา