คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 323/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่จำเลยให้การรับว่าได้ชำระค่าน้ำมันตามสัญญาแล้ว ถือเป็นการยอมรับว่าได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์
2. ผู้แทนของบริษัทที่ลงชื่อในสัญญาและมีข้อสัญญาว่าต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ย่อมต้องรับผิดในหนี้สินนั้นเป็นการส่วนตัว
ย่อคำพิพากษา
กรรมการบริษัทลงชื่อและประทับตราไม่ครบตามข้อบังคับของบริษัท แต่จำเลยให้การรับว่าได้ชำระค่าน้ำมันตามสัญญาแล้ว เท่ากับยอมรับว่าได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนกรรมการบริษัทจำเลยซึ่งมีข้อสัญญาว่าผู้แทนที่ลงชื่อในสัญญาต้องรับผิดด้วย ผู้แทนนั้นก็ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาลแพ่ง สัญญาซื้อขายน้ำมันทำในเขตศาลแพ่ง แม้ส่งมอบทรัพย์ในต่างประเทศ ศาลแพ่งพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้ไม่มีกฎหมายว่าหนังสือรับสภาพหนี้ต้องปิดอากรแสตมป์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท เอสโซ่ แสตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด โดย หม่อมราชวงศ์เขมัสสิริ เกษมศรี ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - บริษัท อีสเทอร์น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัย รชตะนันทน์ · ชุ่ม สุนทรธัย · อุดม ทันด่วน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา