⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 911/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2518

ป.อาญา ม.80, 334, 339

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ยังไม่ถึงขั้นลงมือลักทรัพย์ ไม่เป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยหลอกลวงพาผู้เสียหายไปเพื่อลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์ เมื่อพาไปถึงที่เกิดเหตุ จำเลยให้ผู้เสียหายนั่งรออยู่ก่อน ยังมิทันได้กระทำการอันใดที่จะถือได้ว่าลงมือลักทรัพย์ก็มีตำรวจมาค้นและจับจำเลยไปเสียก่อน เช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานพยายามลักทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพยายามชิงทรัพย์ผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๔ และฉบับที่ ๑๖๓ ข้อ ๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นเพียงพยายามลักทรัพย์ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ จำคุก ๑ ปี คำให้การชั้นสอบสวนมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๘ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยยังมิได้ลงมือกระทำความผิด พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุเวลาบ่าย ผู้เสียหายกำลังคอยรถยนต์โดยสารที่สี่แยกพาหุรัด จำเลยเข้าไปหาแล้วกล่าวหาว่าผู้เสียหายชกต่อยน้องชายจำเลย ขอให้ไปพบน้องชายจำเลยที่วัดสุทัศน์ฯ เพื่อชี้ตัว ระหว่างทางผู้เสียหายเอานาฬิกาข้อมือใส่กระเป๋ากางเกงไว้และมีเงินอยู่ ๕๐ บาท เมื่อไปถึงหลังโบสถ์วัดสุทัศน์ฯ ผู้เสียหายกับจำเลยนั่งคอยอยู่ราว ๑๐ นาที มีตำรวจมาพบและค้นตัวคนทั้งสอง ผู้เสียหายจึงเล่าเรื่องให้ฟัง ตำรวจจึงจับจำเลย เมื่อสอบถามจำเลย จำเลยก็รับว่าจำเลยกับพวกลวงผู้เสียหายมาเพื่อชิงทรัพย์ วินิจฉัยว่า การที่ผู้เสียหายไปที่หลังโบสถ์วัดสุทัศน์ฯ นั้น ถึงหากจะฟังว่าเป็นเพราะจำเลยหลอกลวงให้ผู้เสียหายไปเพื่อจำเลยกับพวกจะลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ จำเลยให้ผู้เสียหายนั่งรออยู่ก่อน แล้วจำเลยยังมิทันได้กระทำการอันใดที่จะถือได้ว่าลงมือกระทำการลักทรัพย์ ก็มีตำรวจมาค้นตัวและจับจำเลยไปเสียก่อน เช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ผู้เสียหายดังที่โจทก์ฎีกา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2518 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายกิจจา พูลสมบัติ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายกิจจา พูลสมบัติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายจิตติ วุฒิปาณี · ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6930/2561ฎีกา 1371/2479ฎีกา 148/2528ฎีกา 112/2554ฎีกา 980/2502ฎีกา 3872/2563ฎีกา 1249/2535ฎีกา 4009-4010/2549ฎีกา 3055/2522ฎีกา 117/2515ฎีกา 41/2510ฎีกา 582/2485ฎีกา 2015/2547ฎีกา 506/2537ฎีกา 2960/2552ฎีกา 2402/2529ฎีกา 798/2502ฎีกา 2665/2529ฎีกา 871/2509ฎีกา 2474/2531ฎีกา 2417/2540ฎีกา 6316/2548ฎีกา 2161/2514ฎีกา 4919/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา