⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1005/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1005/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนนั้น แม้จะเป็นโมฆะ แต่หากผู้ซื้อได้เข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นแล้ว ถือว่าผู้ขายได้สละการครอบครอง และผู้ซื้อย่อมได้สิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้น

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินมี น.ส. 3 ผู้เป็นเจ้าของมีแต่เพียงสิทธิครอบครอง จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเรือนและยุ้งข้าวที่ปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว จึงมีแต่สิทธิครอบครองเช่นเดียวกัน เมื่อผู้ร้องซื้อเรือนและยุ้งข้าวจากจำเลยโดยชำระราคาและรับมอบการครอบครองแล้ว ย่อมเป็นการแสดงเจตนาสละการครอบครองของจำเลย แม้การซื้อขายไม่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะก็ตาม การครอบครองของจำเลยก็สิ้นสุดลง เรือนและยุ้งข้าวดังกล่าวจึงเป็นของผู้ร้อง โจทก์ไม่มีสิทธิยึดเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.107 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเข้าพนักงานบังคับคดียึดเรือนและยุ้งข้าวอ้างว่าเป็นของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ ตามคำพิพากษาให้โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เรือนและยุ้งข้าวดังกล่าวผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย โดยผู้ร้องชำระราคาและรับมอบการครอบครองเสร็จแล้วตั้งแต่วันที่ซื้อขาย ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปล่อยเรือนและยุ้งข้าวที่พิพาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า การซื้อขายเรือนและยุ้งข้าวเป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เมื่อไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงเป็นโมฆะ กรรมสิทธิ์ในเรือนและยุ้งข้าวยังเป็นของจำเลย พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรือนและยุ้งข้าวรายพิพาทปลูกอยู่บนที่ดินมี น.ส. ๓ ที่ดินดังกล่าว ผู้เป็นเจ้าของมีแต่เพียงสิทธิครอบครอง ดังนั้นจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเรือนและยุ้งข้าวที่ปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว จึงมีแต่สิทธิครอบครองเช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยขายเรือนและยุ้งขาว ผู้ร้องและรับมอบการครอบครองแล้ว ย่อมเป็นการแสดงเจตนาสละการครอบครองของจำเลย แม้การซื้อขายไม่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะก็ตามแต่เมื่อจำเลยสละและโอนการครอบครองให้ผู้ร้องแล้ว การครอบครองของจำเลยก็สิ้นสุดลง เรือนและยุ้งข้าวดังกล่าวจึงเป็นของผู้ร้อง โจทก์ไม่มีสิทธิยึดเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ได้ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1005/2519 นางบัวโรย มานะไชยวัฒนา โจทก์ นายสี พาลอดพรือพาลอด ล. นายพัว ประกอบกิจ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบัวโรย มานะไชยวัฒนา · ล. - นายสี พาลอดพรือพาลอด · ผู้ร้อง - นายพัว ประกอบกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายทวิช อนันตรสุชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 187/2488ฎีกา 1176/2532ฎีกา 1221/2527ฎีกา 305/2511ฎีกา 8606/2544ฎีกา 1311/2494ฎีกา 191/2528ฎีกา 2699/2520ฎีกา 360/2525ฎีกา 1009/2529ฎีกา 1082-1083/2492ฎีกา 79/2518ฎีกา 4011/2530ฎีกา 509/2506ฎีกา 4680-4682/2533ฎีกา 7358/2537ฎีกา 6351/2534ฎีกา 6972/2537ฎีกา 396/2523ฎีกา 295/2501ฎีกา 882/2503ฎีกา 484/2536ฎีกา 814/2490ฎีกา 2010/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา