⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2064/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2064/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ให้เช่าไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่า และเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ให้เช่าไม่จำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่า เมื่อจำเลยได้ทำสัญญาเช่าห้องพิพาทจากโจทก์จำเลยต้องผูกพันตามสัญญาเช่านั้น เมื่อสัญญาเช่าสิ้นกำหนดเวลาเช่าแล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้จำเลยจะโต้เถียงอำนาจโจทก์ว่าไม่ใช่เจ้าของ ไม่มีอำนาจฟ้องหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องแถวสองชั้นของโจทก์มีกำหนด 3 ปีนับแต่เดือนสิงหาคม 2515 ถึงวันสิ้นเดือนกรกฎาคม 2518 โจทก์ไม่มีความประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไปจึงมอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าเมื่อครบกำหนดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2518 จำเลยทราบหนังสือบอกกล่าวและเลยวันครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว แต่จำเลยและบริวารไม่ยอมออกจากห้องเช่า ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องแถวของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 700 บาท ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2518 ไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากห้องแถวของโจทก์ จำเลยให้การว่าห้องพิพาทตั้งอยู่ในที่ดินราชพัสดุซึ่งเป็นของกรมธนารักษ์ผู้ดูแลรักษา โจทก์เช่าที่ดินปลูกห้องแถวกับกรมธนารักษ์แล้วผิดสัญญาเช่าเอาห้องพิพาทมาให้จำเลยเช่าช่วง กรมธนารักษ์บอกเลิกสัญญาเช่ากับโจทก์เมื่อพ.ศ. 2514 กรรมสิทธิ์ในห้องพิพาทตกเป็นของกรมธนารักษ์ตามสัญญาเช่ามาหลายปีแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิในห้องพิพาท และไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องหากจะเสียหายก็ไม่เกินเดือนละ 350 บาท ขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถาน คู่ความรับกันว่าค่าเสียหายเท่ากับอัตราค่าเช่าเดือนละ350 บาท ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว สั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยรับว่าเช่าห้องจากโจทก์ จะมาเถียงสิทธิของโจทก์ว่าห้องพิพาทเป็นของผู้อื่น ฟังไม่ขึ้น เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยไม่ยอมออกโจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยและเรียกค่าเสียหายได้ พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 350 บาท ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2518 เป็นต้นไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การให้เช่าทรัพย์นั้น ผู้ให้เช่าไม่จำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าห้องพิพาทจากโจทก์โจทก์ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ในฐานะเป็นผู้ให้เช่าตามสัญญา และจำเลยต้องผูกพันตามสัญญาเช่าที่ทำกับโจทก์ไว้ เมื่อสัญญาเช่าสิ้นกำหนดเวลาเช่าแล้วโจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าได้ จำเลยจะโต้เถียงอำนาจโจทก์ว่าไม่ใช่เจ้าของ ไม่มีอำนาจฟ้องหาได้ไม่ ทั้งนี้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 410/2515 ระหว่างนายปลั่ง โพธิ์อ่อน โจทก์ นายพรม ปลดทุกข์สิ้น จำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2064/2519 นายวิชิต เลี่ยมสกุล โจทก์ นายจงใช้ แซ่ล้อ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิชิต เลี่ยมสกุล · จำเลย - นายจงใช้ แซ่ล้อ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภิญโญ ธีรนิติ · สนับ คัมภีรยส · ขจร หะวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 249/2495ฎีกา 608/2491ฎีกา 576/2540ฎีกา 1431/2492ฎีกา 962/2495ฎีกา 734/2516ฎีกา 1523/2535ฎีกา 2505/2524ฎีกา 422/2535ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4193/2530ฎีกา 933/2496ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 6239/2551ฎีกา 948/2501ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 370/2518ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3193/2534ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา