⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 22/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2519

ป.อาญา ม.362, 365

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยังคงครอบครองที่ดินพิพาทต่อไปโดยอาศัยสิทธิการเช่าที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนที่โจทก์จะรับโอนกรรมสิทธิ์ และยังคงเช่าต่อจากโจทก์ แม้โจทก์จะบอกเลิกสัญญาเช่าแล้วก็ตาม ไม่ถือเป็นความผิดฐานบุกรุก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปปลูกสร้างอาคารในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่าจากเจ้าของเดิมก่อนโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาท และเมื่อโจทก์รับโอนที่พิพาทมาแล้ว ก็ยังให้จำเลยเช่าต่อมา แล้วโจทก์บอกเลิกการเช่า จำเลยไม่ยอมออกไป การที่จำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาทไม่ยอมออกไป ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินของโจทก์ และยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขต โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์หรือรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยเพิกเฉย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๓, ๓๖๕ และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ให้จำเลยและบริวารออกไปจากมที่ดินโจทก์ กับให้ใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ในส่วนอาญา คงรับเฉพาะคดีส่วนแพ่ง โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ประทับฟ้องคดีส่วนอาญา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุก ขอให้ประทับฟ้อง มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ว่า เมื่อจำเลยฝ่าฝืนสัญญาเช่าที่ดินตามฟ้องต่อเจ้าของเดิมและต่อโจทก์ผู้รับโอนที่พิพาทมา และโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาต่อจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมออกไป การอยู่ในที่พิพาทในระยะต่อมา จะถือว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะเป็นความผิดฐานบุกรุกตามบทมาตราที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยนั้น ต้องเป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้น หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเข้าไปปลูกสร้างอาคารในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าจากเจ้าของเดิมก่อนโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทมา และเมื่อโจทก์รับโอนที่พิพาทมาแล้ว โจทก์ยังให้จำเลยเช่าต่อมาด้วย หาใช่จำเลยเพิ่งเข้าไปครอบครองที่พิพาทในวันเวลาที่โจทก์ฟ้องไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามฟ้องของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2519 นางซูจิ้น แซ่เบ้ โจทก์ นายฮกเกียด เอี้ยวเหล็ก หรือ ประเสริฐ พิทักษ์ธรรมคุณ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางซูจิ้น แซ่เบ้ · ล. - นายฮกเกียด เอี้ยวเหล็ก หรือ ประเสริฐ พิทักษ์ธรรมคุณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุ่ม สุนทรธัย · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายพิณ อินทกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 2884/2519ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3081/2524ฎีกา 185/2566ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2151/2529ฎีกา 435/2535ฎีกา 279/2539ฎีกา 2269/2538ฎีกา 503/2482ฎีกา 3775/2527ฎีกา 45/2507ฎีกา 584/2519ฎีกา 1958/2526ฎีกา 527/2538ฎีกา 2824/2535ฎีกา 291/2537ฎีกา 928/2520ฎีกา 3441/2525ฎีกา 399/2525ฎีกา 1923/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา