⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2307/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2307/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้โดยปริยาย แม้ภายหลังจะกระทำการอันเป็นความผิดอาญา ก็ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานตามมาตรา 335(8) แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายกับจำเลยเช่าบ้านหลังเดียวกันแต่คนละห้อง มีบันไดขึ้นลงคนละทาง ทั้งสองฝ่ายชอบพอกัน ตามปกติจำเลยมาหาผู้เสียหายเสมอ เคยขึ้นไปห้องรับแขกผู้เสียหายไม่เคยห้ามปราม ถ้าผู้เสียหายไม่อยู่จำเลยก็มาคุยกับน้องสาวผู้เสียหาย วันเกิดเหตุผู้เสียหายไม่อยู่ จำเลยก็มาบ้านผู้เสียหาย เข้าไปในห้องรับแขก นอนบนเก้าอี้นวมอ่านหนังสือพิมพ์ แล้วจำเลยลักนาฬิกาของผู้เสียหายที่วางไว้บนตู้โชว์ติดกับเก้าอี้นวมไป การที่จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายเป็นการได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้โดยปริยาย จำเลยไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานตามมาตรา 335(8)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วลักเอานาฬิกาข้อมือของผู้เสียหายไป ต่อมาเจ้าพนักงานจับจำเลยได้และนาฬิกาข้อมือดังกล่าวซึ่งจำเลยทิ้งไว้ ทั้งนี้ โดยจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจรนาฬิกาข้อมือของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๘), ๓๕๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๘) จำคุก ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ จำคุก ๑ ปี โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้เสียหายกับจำเลยเช่าบ้านหลังเดียวกันแต่คนละห้อง มีบันไดขึ้นลงคนละทาง ทั้งสองฝ่ายชอบพอกัน ตามปกติจำเลยมาหาผู้เสียหายเสมอ เคยขึ้นไปห้องรับแขก ผู้เสียหายไม่เคยห้ามปราม ถ้าผู้เสียหายไม่อยู่จำเลยก็มาคุยกับนางสาวหนับน้องสาวผู้เสียหาย วันเกิดเหตุผู้เสียหายไม่อยู่ จำเลยก็มาบ้านผู้เสียหาย เข้าไปในห้องรับแขก นอนบนเก้าอี้นวมอ่านหนังสือพิมพ์ เก้าอี้นวมอยู่ติดกับตู้โชว์ ผู้เสียหายวางนาฬิกาที่จำเลยลักไว้บนตู้โชว์ ในขณะนั้นนางสาวหนับอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ห้ามปรามจำเลย เห็นว่าการที่จำเลยเข้าไปในบ้านผู้เสียหายเป็นการได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้โดยปริยาย จำเลยไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานตามมาตรา ๓๓๕(๘) ดังฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2307/2519 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางประนอม แตงเอม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นางประนอม แตงเอม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ สังโขบล · ประภาศน์ อวยชัย · ชลูตม์ สวัสดิทัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 1331/2479ฎีกา 268/2468ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2597/2516ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1957/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 3388/2526ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2845/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 7562/2556ฎีกา 2151/2529ฎีกา 730/2509ฎีกา 5838/2541ฎีกา 490/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา