คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อสัญญาเช่าที่ให้สิทธิเจ้าของสถานที่เช่ากลับเข้าครอบครองและให้เช่าใหม่ได้ทันทีเมื่อผู้เช่าผิดนัดชำระค่าเช่า ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ย่อคำพิพากษา
ข้อสัญญาเช่าที่ว่า เมื่อผู้เช่าผิดสัญญาในการชำระเงินตามกำหนดเวลา เจ้าของสถานที่เช่ามีสิทธิกลับเข้าครอบครองสถานที่ ย้ายบุคคลออกไปจากสถานที่ทั้งหมด เข้าครอบครองสถานที่และเครื่องมือเครื่องใช้ทุกอย่าง สิ่งของที่ติดกับสถานที่และทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดในสถานที่เช่า และไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้บอกเลิกสัญญาเช่าก็ตาม ก็สามารถให้เช่าสถานที่เช่าได้ใหม่ นั้น ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ใช้บังคับได้ เมื่อโจทก์ผู้เช่าเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยที่ 1 เจ้าของสถานที่เช่าใช้สิทธิตามสัญญานี้ได้ และการที่จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยที่ 1 ให้คนงานใช้ลวดไขกุญแจที่ใส่ปิดประตูห้องพิพาทออกแล้วเอากุญแจลูกใหม่ใส่แทน เป็นเหตุให้โจทก์กับพนักงานเข้าไปใช้ห้องพิพาทไม่ได้ จึงไม่มีมูลเป็นความผิดทางอาญา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของอาคารชื่อ ศูนย์การค้าสยาม จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นผู้แทนทำการแทนจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๔ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ โจทก์เป็นผู้เช่าห้องบนอาคารศูนย์การค้าสยามกับจำเลยที่ ๑ เพื่อทำเป็นสำนักงาน มีทรัพย์สินของโจทก์อยู่ในสำนักงานดังกล่าว จำเลยทั้งสี่ร่วมกันบุกรุกเข้าไปภายในสำนักงานของโจทก์ โดยถอดกุญแจประตูสำนักงานออก แล้วใช้กำลังเข้าครอบครองสำนักงานโดยเปลี่ยนกุญแจใหม่มาใส่แทน และมีเจตนาทุจริตยึดถือเอาทรัพย์สินของโจทก์ไปเป็นประโยชน์ตนหรือผู้อื่น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔, ๓๓๕, ๓๖๔ และ ๓๖๕
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่ากรณีเป็นเรื่องพิพาททางแพ่ง คดีโจทก์ไม่มีมูลความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลชั้นต้นรับเป็นฎีกาเฉพาะข้อ ๕ (ข) ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๑๔ มีว่า เมื่อผู้เช่าผิดสัญญาในการชำระเงินตามกำหนดเวลา เจ้าของสถานที่เช่ามีสิทธิกลับเข้าครอบครองสถานที่ย้ายบุคคลออกไปจากสถานที่ทั้งหมด เข้าครอบครองสถานที่และเครื่องมือเครื่องใช้ทุกอย่าง สิ่งของที่ติดกับสถานที่และทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดในสถานที่เช่า และไม่ว่าจะได้หรือมิได้บอกเลิกสัญญาเช่าก็ตาม ก็สามารถให้เช่าสถานที่เช่าได้ใหม่ ๆ ข้อสัญญานี้ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงใช้บังคับได้ และโจทก์จำเลยต้องปฏิบัติตามสัญญานี้ เมื่อโจทก์ผู้เช่าค้างชำระค่าเช่าจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยที่ ๑ ผู้เป็นเจ้าของสถานที่เช่าจึงใช้สิทธิตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๑๔ ดังกล่าวได้ การที่จำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยที่ ๑ ให้คนงานใช้ลวดไขกุญแจที่ใส่ปิดประตูห้องพิพาทออกแล้วเอากุญแจลูกใหม่ใส่แทน เป็นเหตุให้โจทก์กับพนักงานเข้าไปใช้ห้องพิพาทไม่ได้ จึงไม่มีมูลเป็นความผิดทางอาญา
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2519
นายเอกภพ สุริยะวิภาดา โจทก์
บริษัท บางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส์ จำกัด ที่ 1 พลโทเฉลิมชัย จารุ
วัสตร์ ที่ 2 นายเรดดิง เคน รูฟ ที่ 3 นายโกวิท บุณยัษฐิติ ที่ 4 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเอกภพ สุริยะวิภาดา · จารุ - บริษัท บางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส์ จำกัด ที่ 1 พลโทเฉลิมชัย · ล. - วัสตร์ ที่ 2 นายเรดดิง เคน รูฟ ที่ 3 นายโกวิท บุณยัษฐิติ ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายบุญทรง เค้าไพบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา