⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2026/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จะไม่มีความผิด หากได้นำไปขอจดทะเบียนภายในกำหนด และอาวุธปืนนั้นยังอยู่ในการครอบครองของนายทะเบียน หรือเก็บรักษาไว้แทนนายทะเบียน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้นำอาวุธปืนของกลางไปขอจดทะเบียนไว้แล้วภายในกำหนดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 การที่นายทะเบียนมอบคืนอาวุธปืนให้จำเลยเก็บรักษาไว้ก่อนจนกว่าจะออกใบอนุญาตให้นั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษ ก็ต้องถือว่าจำเลยเก็บรักษาอาวุธปืนนั้นไว้แทนนายทะเบียน จำเลยไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนกระบอกนั้นไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับใบอนุญาต จากนายทะเบียนท้องที่อีก โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกขนาด .22 และกระสุน .22 จำนวน 7 นัดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ แม้จำเลยจะยื่นคำให้การับสารภาพเฉพาะอาวุธปืนเท่านั้นก็ตาม แต่ก็ปรากฎตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลในวันเดียวกันนั้นว่า "จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง โจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยานคดีเสร็จการพิจารณา" แสดงว่าศาลจดรายงานกระบวนพิจารณานี้หลังจากที่จำเลยยื่นคำให้การดังกล่าวแล้ว ถือได้ว่าจำเลยให้การใหม่รับสารภาพตามฟ้องของโจทก์ จำเลยต้องมีความผิดฐานมีกระสุนปืน 7 นัดนี้ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ดังที่โจทก์ฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2517 ม.3 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๑๙ เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยบังอาจมีอาวุธปืนพกขนาด .๒๒ ทำในประเทศไทย ๑ กระบอก หมายเลขทะเบียน นศ.๓/๔๗๑๙ ซึ่งจำเลยนำมาขอจดทะเบียนไว้แล้ว แต่ทางราชการยังไม่ได้ออกใบอนุญาตให้มีและให้ใช้ตามกฎหมาย และมีกระสุน .๒๒ จำนวน ๗ นัดซึ่งอาวุธปืนและกระสุนดังกล่าวใช้ยิงได้ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่และตามเวลาดังกล่าวจำเลยบังอาจพกพาอาวุธปืนกับกระสุนปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๑๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒,๙๑,๓๗๑ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ขอให้ริบของกลาง จำเลยให้การว่า มีปืนพกไว้ในครอบครองและถูกจับขณะพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะจริง อาวุธปืนดังกล่าวต่อมาทางราชการออกใบอนุญาตให้มีและใช้ตามใบอนุญาตท้ายคำให้การเจ้าหน้าที่มอบอาวุธปืนดังกล่าวให้จำเลยโดยปฏิบัติตามสำเนาหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท.๐๕๑๕/ว.๖๐๑ ท้ายคำให้การ จำเลยพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยนำติดรถยนต์ของจำเลยไปไม่สมควรริบ โจทก์จำเลยต่างแถลงไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยมีอาวุธปืนของกลางซึ่งนำไปขอจดทะเบียนไว้แล้ว แต่ทางราชการยังไม่ได้ออกใบอนุญาตให้มีและให้ใช้โดยถูกต้องตามกฎหมาย และมีกระสุนปืนขนาด .๒๒ จำนวน ๗ นัด ซึ่งอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวใช้ยิงได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ กับจำเลยพกพาอาวุธปืนและกระสุนปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำคุก ๒ ปี ปรับ ๒,๐๐๐ บาท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ (ที่ถูกมาตรา ๓๗๑) ปรับ ๑๐๐ บาท รวมเป็นจำคุก ๒ ปี ปรับ ๒,๑๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดกึ่ง คงจำคุก ๑ ปี ปรับ ๑,๐๕๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้ ๒ ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐ ริบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และไม่ควรริบอาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่าพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๑๘ ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๑๘ บัญญัติไว้ในมาตรา ๓ ยกเว้นโทษให้สำหรับผู้มีอาวุธปืนที่ทำในราชอาณาจักรซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาต นำมาขอรับอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน ๙๐ วันนับแต่วันที่กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับเมื่อจำเลยนำอาวุธปืนของกลางมาขอรับอนุญาตตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว แม้จำเลยถูกจับเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๑๙ ก่อนเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนจำเลยก็ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมายดังกล่าว ส่วนข้อหามีกระสุนปืน ๗ นัดโดยไม่รับอนุญาตนั้น จำเลยไม่ได้ให้การรับสารภาพไว้ด้วย เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน จึงฟังว่าจำเลยมีเครื่องกระสุนปืนอันเป็นความผิดตามฟ้องไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไม่รับอนุญาต ส่วนอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางคืนจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยและริบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงฟังได้ตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้นำอาวุธปืนของกลางไปขออนุญาตมีและใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๘ เพื่อปฏิบัติการให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๓ ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๑๘ อันอยู่ในระยะเวลาที่กฎหมายดังกล่าวเปิดโอกาสให้จำเลยขออนุญาตได้ ต่อมาวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๑๙ จำเลยนำอาวุธปืนของกลางพร้อมกระสุนปืนขนาด .๒๒ พกพาไปในทางสาธารณะและถูกเจ้าพนักงานจับก่อนที่เจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ดังนี้ เฉพาะอาวุธปืนขนาด .๒๒ หมายเลขทะเบียน นศ.๓/๔๗๑๙ นั้น จำเลยได้นำไปขอจดทะเบียนไว้แล้วภายในกำหนดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๑๘ จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษ การที่นายทะเบียนผู้รับขึ้นทะเบียนมอบคืนอาวุธปืนให้จำเลยเก็บรักษาไว้ก่อนจนกว่าจะออกใบอนุญาตให้นั้น ก็ต้องถือว่าจำเลยเก็บรักษาอาวุธปืนนั้นไว้แทนนายทะเบียน จำเลยจึงหามีความผิดฐานมีอาวุธปืนกระบอกนั้นไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่อีกไม่ ส่วนกระสุนปืน ๗ นัดที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องนั้น แม้จำเลยจะยื่นคำให้การรับสารภาพเฉพาะอาวุธปืนเท่านั้นก็ตาม แต่ก็ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลในวันเดียวกันนั้นว่า "จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง โจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยาน คดีเสร็จการพิจารณา" จึงแสดงว่าศาลจดรายงานกระบวนพิจารณานี้หลังจากที่จำเลยยื่นคำให้การดังกล่าวข้างต้นนั้นแล้ว ถือได้ว่าจำเลยให้การใหม่รับสารภาพตามฟ้องของโจทก์ จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานมีกระสุนปืน ๗ นัดนี้ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ดังที่โจทก์ฟ้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๑๗ มาตรา ๓ ให้ปรับ ๒๐๐ บาท จำเลยรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๑๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐ กระสุนปืน ๗ นัดของกลางให้ริบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2520 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายโอภาส เทวะภักดิ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · ล. - นายโอภาส เทวะภักดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิสัณห์ ลีตเวทย์ · บัญญัติ สุชีวะ · พิทยา มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายพิสิทธิ์ ก่อวุฒิกุลรังษี · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 180/2554ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1875/2547ฎีกา 664/2520ฎีกา 1979/2521ฎีกา 848/2545ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1797/2522ฎีกา 1499/2531ฎีกา 51/2502ฎีกา 16889/2555ฎีกา 239/2484ฎีกา 801/2503ฎีกา 11/2539ฎีกา 514/2486ฎีกา 1895/2492ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1727/2539ฎีกา 1189/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา