คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2520
ย่อคำพิพากษา
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240(2) ประกอบด้วยมาตรา 88 วรรคสาม ศาลอุทธรณ์มีอำนาจอนุญาตให้คู่ความอ้างพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลสั่งแสดงว่าค่าธรรมเนียมพิเศษที่จำเลยเรียกเก็บจากโจทก์เป็นรายเทเป็นโมฆะ จำเลยให้การแก้คดีโจทก์แล้วและศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้ว คู่ความอุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอระบุพยานเอกสารเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่าคำร้องขออ้างพยานเพิ่มเติมของโจทก์ เป็นเวลาภายหลังศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 88 ทั้งไม่มีเหตุสมควร จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของโจทก์ โจทก์อ้างเอกสารที่เป็นพยานในชั้นพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เอกสารที่โจทก์อ้างมีภาพถ่ายคำสั่งของกระทรวงการคลัง 2 ฉบับ ภาพถ่ายแจ้งความของกรมสรรพสามิต 2 ฉบับศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 240(2) ประกอบด้วยมาตรา 88 วรรคสาม ศาลอุทธรณ์มีอำนาจอนุญาตให้คู่ความอ้างพยานเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์ได้ แต่ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะให้โจทก์อ้างเอกสารเพิ่มเติมนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2520
บริษัท มหาสารกิจ จำกัด โจทก์
กระทรวงการคลัง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท มหาสารกิจ จำกัด · จำเลย - กระทรวงการคลัง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | รื่น วิไลชนม์ · วิกรม เมาลานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา