⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1291/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้คำให้การจากรับสารภาพเป็นปฏิเสธฟ้องได้ หากมีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าการรับสารภาพเดิมนั้นเกิดจากการถูกข่มขู่หรือหลอกลวง

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยเสร็จแล้วและจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ระหว่างนัดรอฟังคำพิพากษา จำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่รับสารภาพ ขอให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์โดยอ้างเหตุว่าจำเลยถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายฝ่ายขู่เข็ญหลอกลวงให้รับสารภาพ ให้คำมั่นว่าแม้จะรับสารภาพก็ไม่ต้องถูกจำคุกเพราะจะออกกฎหมายไม่เอาโทษภายหลัง จำเลยหลงเชื่อจึงให้การรับสารภาพ ต่อเมื่อจำเลยได้รับคำชี้แจงจากทนายความว่าไม่เป็นความจริง จึงขอต่อสู้คดีนั้น เมื่อปรากฏว่าขณะจำเลยให้การรับสารภาพนั้น จำเลยไม่มีทนาย และเหตุผลที่จำเลยอ้างกล่าวก็อาจเป็นไปได้ ทั้งในคดีอาญาจำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่อยู่แล้ว รูปคดีสมควรให้จำเลยแก้คำให้การได้ตามคำร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.165

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ กับมีอาวุธปืนและวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138,140, 289, 83, 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายนพ.ศ. 2514 ข้อ 2, 3 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501มาตรา 4, 5 กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2501) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 กับให้ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องจริงทุกประการ และไม่ต้องการทนายความ เมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยเสร็จแล้วจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ระหว่างนัดรอฟังคำพิพากษา จำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิม ขอให้การปฏิเสธตลอดข้อหา โดยอ้างเหตุว่าจำเลยถูกเจ้าหน้าที่ขู่เข็ญ หลอกลวงให้รับสารภาพ ให้คำมั่นว่าแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ไม่ต้องถูกจำคุก เพราะจะออกกฎหมายไม่เอาโทษในภายหลัง จำเลยหลงเชื่อจึงให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องและพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(2) เพียงบทเดียว ให้ประหารชีวิตจำเลยของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ว่า การรับสารภาพของจำเลยเกิดจากการถูกบังคับขู่เข็ญหลอกลวง และพยานหลักฐานโจทก์ก็ไม่พอฟังลงโทษจำเลย ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโดยไม่อนุญาตให้จำเลยถอนคำให้การเดิมเป็นการไม่ชอบ ขอให้พิพากษากลับหรือลดโทษแก่จำเลย ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องจำเลยชอบแล้วคดีฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดจริง แต่คำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา พิพากษาแก้โดยลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาว่ามีเหตุอันควรให้จำเลยแก้ไขคำให้การหรือไม่ว่า คดีได้ความว่า ในตอนแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องจริง และไม่ต้องการทนายความ ครั้นระหว่างรอฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิม ขอให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ตลอดข้อหา โดยอ้างเหตุว่าถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลขู่เข็ญหลอกลวงต่าง ๆ จำเลยหลงเชื่อจึงให้การรับสารภาพ การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การ มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรค 2 ว่า "เมื่อมีเหตุอันควรจำเลยอาจยื่นคำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของเขาก่อนศาลพิพากษา ถ้าศาลเห็นสมควรอนุญาตก็ให้ส่งสำเนาแก่โจทก์" ในกรณีคดีนี้จำเลยอ้างเหตุผลในการขอแก้คำให้การว่า ที่จำเลยให้การรับสารภาพไปก่อนนั้น เพราะจำเลยถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายฝ่ายขู่เข็ญหลอกลวงโดยให้คำมั่นว่า แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ไม่ต้องถูกจำคุก เพราะจะออกกฎหมายไม่เอาโทษภายหลัง จำเลยหลงเชื่อจึงให้การรับสารภาพ เหตุผลที่จำเลยอ้างดังกล่าวก็เป็นเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ เพราะขณะจำเลยให้การรับสารภาพ จำเลยไม่มีทนายความ ต่อเมื่อได้รับคำชี้แจงจากทนายความแล้ว จำเลยจึงเข้าใจเรื่องราวถูกต้อง นับว่าเป็นเหตุผลอันควร ประกอบกับในคดีอาญาจำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่ จะให้การต่อสู้คดีอย่างไร หรือไม่ยอมให้การเลยก็ได้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 135 วรรค 1ศาลฎีกาเห็นว่าตามรูปคดีสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยแก้ไขคำให้การได้ตามคำร้อง ที่ศาลล่างทั้งสองไม่อนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น ดังนั้นฎีกาข้ออื่นของจำเลยและฎีกาของโจทก์จึงไม่จำต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยถอนคำให้การเดิม และยกคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาต่อไป และพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2521 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายสามารถ ศักดิ์ศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายสามารถ ศักดิ์ศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · จันทร์ ระรวยทรง · โสพิทย์ คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 819/2483ฎีกา 3045/2532ฎีกา 1035/2540ฎีกา 1650/2492ฎีกา 2714/2526ฎีกา 2665/2515ฎีกา 4141-4142/2565ฎีกา 164/2503ฎีกา 1455/2545ฎีกา 48/2486ฎีกา 2389/2525ฎีกา 668/2481ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 1294/2509ฎีกา 1319/2495ฎีกา 9860/2552ฎีกา 4575/2551ฎีกา 2947/2529ฎีกา 222/2530ฎีกา 344/2484ฎีกา 3224/2524ฎีกา 3523/2528ฎีกา 534/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา