⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2025/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2025/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคุมตัวผู้เสียหายและบุคคลอื่นไปเป็นประกันเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์ไปและเพื่อให้พ้นจากการจับกุม เป็นองค์ประกอบของความผิดฐานปล้นทรัพย์ ไม่เป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

ย่อคำพิพากษา

ในการปล้นทรัพย์จำเลยกับพวกได้คุมตัวผู้เสียหาย และบุคคลอื่นที่พบระหว่างทางให้ไปกับจำเลยด้วยพอมืดแล้วก็ปล่อยตัวกลับหมด เช่นนี้ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเจตนาเพียงคุมตัวผู้เสียหายกับพวกไปเป็นประกันเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์ไป และเพื่อให้พ้นจากการจับกุมเท่านั้นอันเป็นองค์ประกอบของความผิดฐานปล้นทรัพย์นั่นเอง การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามมาตรา 309, 310, อีกกรรมหนึ่งต่างหาก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.309 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๑๘ เวลากลางวัน จำเลยทั้ง ๕ คนมีอาวุธปืนติดตัวร่วมกันปล้นทรัพย์ต่าง ๆ ของนายวรรณาและของนายเจือผู้เสียหายไปรวม ๑๗,๖๐๐ บาท ในการปล้นจำเลยกับพวกได้ใช้อาวุธปืนจี้ขู่เข็ญนางม่วยภรรยานายวรรณาผู้เสียหายและนางแก้วนาว่าจะทำอันตรายแก่การและถึงแก่ชีวิต หลังจากได้ทรัพย์สินแล้วจำเลยกับพวกได้ร่วมกันข่มขืนใจนางม่วยกับผู้มีชื่ออีกหลายคนให้ไปกับจำเลยกับพวก โดยใช้อาวุธปืนขู่เข็ญบุคคลดังกล่าวกลัวจะเกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายจึงจำต้องไปกับจำเลย ตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยกับพวกร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังนางม่วยกับนางสาวสายทองเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินสดจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท เป็นค่าไถ่ตัวจำเลยทั้งสอง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙, ๓๑๐, ๓๑๓, ๓๔๐ ตรี ฯลฯ จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ ประกอบด้วย มาตรา ๓๔๐ ตรี กระทงหนึ่ง จำคุก ๒๐ ปี และผิดตามมาตรา ๓๐๙ วรรค ๒ มาตรา ๓๑๐ วรรคแรกและมาตรา ๓๑๓ วรรคแรกอีกกระทงหนึ่งลงโทษบทหนักตามมาตรา ๓๑๓ วรรคแรก จำคุก ๑๕ ปี นอกนั้นยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ตามฟ้อง จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องข้อหาฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อเรียกค่าไถ่ทำให้ปราศจากเสรีภาพ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๕ ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อเรียกค่าไถ่และทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วฟังว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ ได้กระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์จริง ส่วนข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อเรียกค่าไถ่นั้นพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยกับพวกได้เรียกเงินค่าไถ่ตัวบุคคลที่จำเลยกับพวกได้พาตัวไป จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ จึงไม่มีความผิดฐานนี้ สำหรับข้อหาฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นข้อเท็จจริงได้ความแต่เพียงว่าในการปล้นทรัพย์รายนี้จำเลยกับพวกได้คุมตัวผู้เสียหายกับพวกและพวกที่พบระหว่างทางไปด้วยพอมืดแล้วก็ปล่อยกลับหมด การกระทำของจำเลยในตอนนี้ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเจตนาคุมตัวผู้เสียหายและพวกไปเป็นประกันเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์ไปและเพื่อให้พ้นจากการจับกุมเท่านั้น อันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์นั่นเอง การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๕ ย่อมจะไม่เป็นความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ-ในร่างกายตามมาตรา ๓๐๙ และ ๓๑๐ อีกกรรมหนึ่งต่างหาก พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2025/2521 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายส่ายหรือชัย หรือสนั่น เซียงขุนทด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · ล. - นายส่ายหรือชัย หรือสนั่น เซียงขุนทด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · ยงยุทธ เลอลภ · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุวิทย์ หิรัญคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจียร เทพช่วย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2510ฎีกา 2628/2538ฎีกา 1188/2531ฎีกา 9844/2555ฎีกา 2848/2527ฎีกา 958/2518ฎีกา 5117/2555ฎีกา 6516/2537ฎีกา 3620/2538ฎีกา 1208/2508ฎีกา 2018/2526ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3144/2527ฎีกา 1176/2519ฎีกา 887/2518ฎีกา 3849/2533ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3639/2530ฎีกา 2299/2532ฎีกา 1514/2532ฎีกา 222/2554ฎีกา 2473/2520ฎีกา 1908/2528ฎีกา 15717/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา