⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2082/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2082/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลที่ยกคำร้องขอคืนของกลางเท่ากับเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ร้องไม่ได้เป็นเจ้าของของกลางอันแท้จริง การยื่นคำร้องขอคืนของกลางอีกจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องร้องขอให้คืนของกลางที่ศาลพิพากษาให้ริบ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งว่าพยานหลักฐานของผู้ร้องยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของของกลาง ให้ยกคำร้องดังนี้เท่ากับฟังว่าผู้ร้องไม่ได้เป็นเจ้าของของกลางอันแท้จริงนั่นเอง ผู้ร้องมายื่นคำร้องขอคืนของกลางอีก จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตามประมวลพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 จะอ้างว่าคำสั่งตามคำร้องฉบับก่อนนั้นยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ร้องไม่ได้เป็นเจ้าของแท้จริงหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลาง คดีถึงที่สุด ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๙ ว่าของกลางเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลย จึงขอคืนของกลาง ศาลไต่สวนแล้วสั่งว่าพยานหลักฐานของผู้ร้องยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง ให้ยกคำร้อง ต่อมาวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๙ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอของกลางคืนมีข้อความทำนองเดียวกับคำร้องฉบับแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาเพราะผู้ร้องเคยร้องมาครั้งหนึ่งแล้ว ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อคำพิพากษาให้ริบของกลางถึงที่สุดแล้วผู้ใดมาร้องขอของกลางคืนโดยอ้างว่าเป็นของตนไม่ได้รู้เห็นกับการกระทำผิดของจำเลยผู้นั้นจะต้องนำสืบให้ฟังได้เช่นนั้น เมื่อพยานที่ผู้ร้องนำสืบฟังไม่ได้ว่าของกลางเป็นของผู้ร้องดังคำร้อง ก็เท่ากับฟังว่าผู้ร้องไม่ได้เป็นเจ้าของของกลางอันแท้จริงนั่นเอง การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนของกลางขึ้นมาใหม่ ก็เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2082/2521 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายเอี่ยม ศิวนันท์สกุล ผู้ร้อง นายจรงค์ สินดำ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · ผู้ร้อง - นายเอี่ยม ศิวนันท์สกุล · ล. - นายจรงค์ สินดำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทยา มงคล · ชุ่ม สุนทรธัย · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายจำรูญ แสนภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 171/2513ฎีกา 5414/2536ฎีกา 651/2507ฎีกา 665/2531ฎีกา 2903/2536ฎีกา 1182/2491ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1567/2513ฎีกา 261/2506ฎีกา 3190/2530ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 2234/2535ฎีกา 3330-3331/2524ฎีกา 8844/2543ฎีกา 3067/2530ฎีกา 170-171/2466ฎีกา 3259/2527ฎีกา 2002/2511ฎีกา 2618/2534ฎีกา 5286/2559ฎีกา 7268/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา