คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2483/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยจะมีความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดต่อเมื่อผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้นแล้ว หากผู้ถูกใช้ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกใช้ จำเลยจะมีความผิดเพียงกึ่งหนึ่งของโทษสำหรับความผิดที่ได้พยายามกระทำ.
ย่อคำพิพากษา
ล.ยิงผู้ตาย 1 ยีดแล้ว จำเลยร้องบอกให้ ล.ยิงผู้ตายซ้ำ แต่ล.ไม่ได้ยิงซ้ำ หากแต่มีคนอื่นยิงผู้ตายอีก ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายชัดว่า จำเลยใช้ให้ ล.ใช้ปืนยิงผู้ตายไม่ได้กล่าวเลยว่าจำเลยใช้บุคคลอื่นนอกจาก ล. ฉะนั้น การที่คนอื่นซึ่งมิใช่ ล.เป็นคนยิงซ้ำจะถือว่าจำเลยใช้ให้คนอื่นกระทำความผิดด้วยและผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดแล้วหาได้ไม่ จำเลยคงมีความผิดฐานใช้ให้ ล.กระทำความผิด แต่ ล.ไม่ได้กระทำลงตามที่จำเลยใช้ซึ่งมีโทษเพียงหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ให้นายเลิศกระทำความผิด โดยบอกให้นายเลิศใช้อาวุธปืนยิงนายสำราญให้ถึงแก่ความตาย แล้วจำเลยกับนายเลิศได้ร่วมกันยิงนายสำราญถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๔, ๘๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๔ จำคุก ๑๕ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๔ วรรคสอง จำคุก ๕ ปี
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริง เชื่อว่านายเลิศยิงผู้ตาย ๑ นัดแล้ว จำเลยใช้ให้นายเลิศยิงผู้ตาย โดยร้องบอกให้ยิงซ้ำ แต่นายเลิศไม่ได้ยิงซ้ำ มิใช่จำเลยเจาะจลให้นายเลิศยิงแต่ผู้เดียว แต่เป็นการบอกให้ใครคนใดคนหนึ่งในบรรดาญาติพี่น้องของจำเลยในที่กิดเหตุยิงผู้ตายซ้ำ และการที่มีผู้ปืนยิงผู้ตายซ้ำอีก ๒ นัดหลังจากที่จำเลยร้องบอกพอฟังได้ว่าพี่น้องของจำเลยคนใดคนหนึ่งยิงผู้ตายซ้ำตามที่จำเลยบอก ถือว่าจำเลยใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด และผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำฟ้องโจทก์บรรยายฟ้องชัดว่า จำเลยใช้นายเลิศกระทำความผิดโดยบอกให้นายเลิศใช้ปืนยิงผู้ตายตามคำฟ้องไม่ได้กล่าวเลยว่าจำเลยใช้บุคคลอื่นให้กระทำความผิดนอกเหนือจากใช้นายเลิศ ฉะนั้น การที่คนอื่นซึ่งไม่ใช่นายเลิศเป็นคนยิงผู้ตายซ้ำ จะถือว่าจำเลยใช้ให้คนอื่นกระทำความผิดด้วย และผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดแล้วหาได้ไม่ เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายมาในฟ้องและเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ไม่ประสงค์จะให้ลงโทษ จำเลยคงมีความผิดฐานใช้ให้นายเลิศกระทำความผิด แต่นายเลิศไม่ได้กระทำตามที่จำเลยใช้ ซึ่งมีโทษเพียงหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมาย มาตรา ๘๔ วรรคสอง
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2483/2521
พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์
นายประเสริฐ นามแสง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · ล. - นายประเสริฐ นามแสง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ภิญโญ ธีรนิติ · อุดม จาละ · ยง โรจนสุพจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายเสริม บุญทรงสันติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา