⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 537/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 537/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ไม่สามารถยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ 2. ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ค้างชำระมีอายุความ 5 ปี 3. การบอกเลิกสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ให้จำเลยเช่าตึกแถวไม่มีหนังสือเช่า จำเลยยกขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ ไม่แต่เพียงฟ้องผู้เช่าไม่ได้เท่านั้น อายุความฟ้องเรียกค่าเช่าตึกแถวรายเดือนที่ค้างชำระมีอายุความ 5 ปี ตาม มาตรา166 การบอกเลิกสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ทำเป็นหนังสือ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.166 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยออกจากตึกแถวเลขที่ 206/3-4 ให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง 3,198 บาท ค่าเสียหายเดือนละ 306 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ได้บัญญัติไว้เฉพาะกรณีฟ้องร้องให้บังคับคดีเกี่ยวกับการเช่าอสังหาริมทรัพย์ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือฝ่ายที่ต้องรับผิด แต่มิได้บัญญัติถึงการต่อสู้คดีด้วย จำเลยจึงยกเป็นข้อต่อสู้ได้ว่าจำเลยเช่าที่ดินของโจทก์แทนตึกแถวพิพาทซึ่งถูกไฟไหม้ แม้มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาได้ความว่า การที่จำเลยเช่าตึกแถวพิพาทภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2517 หรือที่อ้างว่าเช่าที่ดินของโจทก์แทนตึกแถวพิพาทซึ่งถูกไฟไหม้นั้น เป็นการเช่าโดยมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา 538 ที่บัญญัติไว้ว่า การเช่าอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้นั้น มิได้หมายความถึงผู้ที่จะต้องเป็นโจทก์ฟ้องร้องอย่างเดียว แต่หมายความรวมถึงการต่อสู้คดีด้วย เพราะการบังคับคดีย่อมทำได้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เมื่อไม่ปรากฏว่ามีเอกสารสัญญาเช่าต่อกันตามที่กฎหมายบังคับไว้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะอ้างการเช่าขึ้นเป็นข้อต่อสู้หาได้ไม่ ฉะนั้นจำเลยจะยกข้อต่อสู้ว่าเช่าที่ดินของโจทก์แทนการเช่าตึกแถวพิพาทหาได้ไม่ ทั้งนี้โดยนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1226/2508 ระหว่างนายวิทยา ลี้อิสระนุกูล โจทก์นางบรรจง กุลพิจิต จำเลย ที่จำเลยฎีกาว่า การบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือ จะบอกกล่าวด้วยวาจาไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่จำเลยได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการบอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากตึกแถวที่เช่า ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ทำเป็นหนังสือ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์เป็นบุคคลจำพวกที่ค้าในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ เรียกเอาค่าเช่าย่อมมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(6) จะใช้มาตรา 166 บังคับไม่ได้ เพราะเหตุว่ามาตรา 166 ยังบัญญัติยกเว้นไว้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 165 วรรคหนึ่งอนุมาตรา 6 อีกด้วย โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเช่าจากจำเลยได้เพียงภายใน 2 ปีนั้น ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาได้ความว่าโจทก์เป็นผู้ให้จำเลยเช่าอสังหาริมทรัพย์ มิใช่เป็นบุคคลจำพวกที่ค้าในการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ค้างส่งได้ภายในกำหนดอายุความ 5 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 537/2521 พระองค์เจ้าภานุพันธ์ยุคล โจทก์ นายฮงเอี๊ยง แซ่จิง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระองค์เจ้าภานุพันธ์ยุคล · จำเลย - นายฮงเอี๊ยง แซ่จิง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร ศรีอรุณ · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1111/2494ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1439/2524ฎีกา 1437/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 2384/2536ฎีกา 3496/2535ฎีกา 275/2487ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 3193/2534ฎีกา 1292/2523ฎีกา 247/2529ฎีกา 514/2499ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 2132/2538ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 3303/2532ฎีกา 704/2507ฎีกา 4511/2529ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5911-5913/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา