⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1936/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ยอมรื้อถอนออกไป ถือเป็นความผิดฐานบุกรุกต่อเนื่องตลอดเวลาที่ยังคงครอบครองอยู่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของรัฐซึ่งอยู่ในความดูแลของสุขาภิบาล สุขาภิบาลแจ้งให้จำเลยรื้อถอนออกไป จำเลยทราบแล้วไม่ยอมรื้อและไม่ยอมออกไป จำเลยมีเจตนาทุจริตที่จะบุกรุกที่ดินของรัฐ เป็นความผิดตั้งแต่นั้นต่อเนื่องกันตลอดไปตราบเท่าที่จำเลยยังคงอยู่ในที่ดินรวมทั้งเวลากลางคืนตามมาตรา 365 (3) ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๑๙ เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยบังอาจบุกรุกเข้าไปปลูกสร้างอาคารร้านค้าและที่อยู่อาศัยในที่ดินของรัฐในความครอบครองดูแลรักษาของสุขาภิบาลปาดังเบซาร์ ทั้งนี้เพื่อถือการครอบครองที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของสุขาภิบาลปาดังเบซาร์โดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๓) จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๕ (๓) ปรากฏว่าบ้านของจำเลยใช้วัสดุก่อสร้างไม่ถาวรและมีเนื้อที่เล็กน้อยเห็นควรลงโทษสถานเบา ลงโทษปรับ ๒,๐๐๐ บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบ้านจำเลยอาศัยปลูกอยู่ในที่ดินของรัฐ ซึ่งอยู่ในความดูแลของสุขาภิบาลปาดังเบซาร์ สุขาภิบาลปาดังเบซาร์ได้แจ้งให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปแล้ว แต่จำเลยยังไม่ยอมรื้อ มีปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดทางอาญาฐานบุกรุกดังฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยเข้าไปอยู่ในที่พิพาทนั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยเองก็ว่าไม่ทราบว่าเป็นที่ดินของใคร เพิ่งมาทราบภายหลังว่าที่ดินเป็นของรัฐ การที่จำเลยเข้าไปอยู่ในที่พิพาทนั้น เห็นได้ว่า เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์คือที่พิพาทและเป็นการรบกวนการครอบครองที่พิพาทของรัฐ บัดนี้รัฐผู้เป็นเจ้าของต้องการจะใช้ที่ดินพิพาท กล่าวคือ ประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียต้องการจะบักบันเขตแดนกัน เมื่อจำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาทก็ไม่สามารถจะบักบันเขตแดนกันได้สุขาภิบาลปาดังเบซาร์ได้แจ้งให้จำเลยรื้อถอนอาคารออกไป จำเลยไม่ยอมรื้อและไม่ยอมออกไป ทั้ง ๆ ที่จำเลยก็ได้ทราบแล้ว นับแต่นั้นจำเลยก็มีเจตนาทุจริตที่จะบุกรุกที่ดินของรัฐ ความผิดเกิดขึ้นในตอนนี้และเป็นความผิดต่อเนื่องกันตลอดไปตราบเท่าที่จำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาท การอยู่ของจำเลยก็อยู่ในเวลากลางคืนด้วย จึงต้องด้วยมาตรา ๓๖๕ (๓) อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดินการที่มีการเก็บค่าขยะมูลฝอยและมีการเก็บค่าไฟฟ้านั้นก็ไม่เป็นการลบล้างความผิดของจำเลย กล่าวคือ เมื่อจำเลยมีขยะมูลฝอยให้เจ้าหน้าที่เก็บเพื่อรักษาความสะอาดเรียบร้อยของบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ก็ต้องเก็บค่าธรรมเนียมตามระเบียบ และเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าก็เก็บค่าไฟฟ้าตามจำนวนที่จำเลยใช้เป็นคนละเรื่องกัน ไม่เป็นการรับรองหรือให้สิทธิที่จำเลยจะอยู่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2522 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นางซ่วน บัวอ่อน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นางซ่วน บัวอ่อน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นางสาวจังหวัด สวนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทิศ บุญชู
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6630/2556ฎีกา 624/2524ฎีกา 1310/2513ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 363/2518ฎีกา 15717/2553ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3664-3665/2534ฎีกา 3081/2524ฎีกา 1811/2530ฎีกา 4069/2536ฎีกา 290/2543ฎีกา 5471/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 1898/2505ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5543/2534ฎีกา 18654/2555ฎีกา 214/2524ฎีกา 1699/2529ฎีกา 435/2535ฎีกา 489/2551ฎีกา 279/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา