⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2215-2216/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215-2216/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อสัญญาจ้างก่อสร้างกำหนดเบี้ยปรับไว้ หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด ผู้ว่าจ้างสามารถเรียกเบี้ยปรับได้ นอกเหนือจากการเรียกให้ผู้รับจ้างชำระหนี้ให้ถูกต้องสมบูรณ์ * หากผู้ว่าจ้างมีส่วนผิดที่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยไม่ได้ดำเนินการให้งานแล้วเสร็จ ศาลอาจกำหนดเบี้ยปรับให้ลดลงตามส่วนแห่งความรับผิดของผู้ว่าจ้าง * หากผู้รับจ้างทำงานงวดสุดท้ายไปแล้วแต่มีข้อบกพร่องและยังไม่ส่งมอบงาน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักค่าจ้างเท่าที่ต้องเสียไปเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องนั้น แต่ไม่มีสิทธิงดจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้ายทั้งหมด

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อความตามสัญญาระบุว่า หากผู้รับจ้างไม่อาจก่อสร้างอาคารให้แล้วเสร็จภายในกำหนดดังกล่าว ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้จ้างปรับเป็นรายวัน วันละ 1,000 บาท จนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จนั้นเป็นเบี้ยปรับที่โจทก์ผู้รับจ้างสัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรฉะนั้น นอกจากเรียกให้ชำระหนี้แล้ว จำเลยผู้จ้างจะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381 การที่จำเลยบอกเลิกสัญญากับโจทก์ภายหลังวันครบกำหนดที่โจทก์ต้องทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ 3-4 วัน และต่อจากนั้นก็ไม่ได้ว่าจ้างบุคคลใดซ่อมแซมก่อสร้างงานที่ขาดตกบกพร่องให้แล้วเสร็จไปโดยพลันจึงมีส่วนผิดที่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาถึง 360 วันศาลเห็นสมควรกำหนดเบี้ยปรับที่โจทก์ไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ให้เพียง 60 วัน คิดเป็นเงิน 60,000 บาท เมื่อคดีได้ความว่าโจทก์ทำงานงวดสุดท้ายตามสัญญาไปแล้ว หากแต่ทำงานไปโดยยังไม่เรียบร้อยมีข้อบกพร่องอยู่และไม่ส่งมอบงานให้จำเลย จำเลยจึงบอกเลิกสัญญา จำเลยคงมีสิทธิหักค่าจ้างเท่าที่ต้องเสียไป แต่ไม่มีสิทธิจะงดจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้ายเสียทั้งหมดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.223 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือว่าจ้างโจทก์ให้ทำการก่อสร้างอาคาร สัญญาจะชำระเงินค่าจ้างให้โจทก์เป็น 7 งวด งวดสุดท้าย จะชำระเมื่อโจทก์ประกอบบานประตู หน้าต่าง ปูกระเบื้องห้องน้ำและปูพื้นกระเบื้องยางเสร็จ โจทก์ได้ทำการก่อสร้างตามสัญญา และจำเลยได้รับมอบไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ยอมชำระค่าจ้างที่ค้าง ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ทำงานงวดสุดท้ายไม่เสร็จ จำเลยต้องจ้างช่างอื่นมาทำการแทน โจทก์ผิดสัญญา จึงไม่มีสิทธิรับเงิน สำนวนหลังโจทก์ฟ้องมีข้อความทำนองเดียวกับคำให้การของจำเลยในสำนวนแรก และฟ้องว่าเมื่อจำเลยผิดสัญญาก่อสร้างอาคาร โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาให้จำเลยทราบ จำเลยต้องเสียค่าปรับแก่โจทก์วันละ 1,000 บาท และโจทก์ต้องเสียหายในการที่จำเลยสร้างอาคารไม่เสร็จ จึงขอเรียกค่าเสียหายและค่าปรับเป็นเงิน 300,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกับฟ้องโจทก์ในสำนวนแรกและให้การว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรวมพิจารณาและพิพากษาโดยเรียกห้างหุ้นส่วนจำกัดดำรงศักดิ์ก่อสร้างทั้งสองสำนวนว่าโจทก์ และเรียกนายเจริญชัยทั้งสองสำนวนว่าจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ (สำนวนแรก) และพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 (จำเลยที่ 1 ที่ 2 ในสำนวนหลัง) ร่วมกันใช้ค่าเสียหายและเบี้ยปรับแก่จำเลยเป็นเงิน 300,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระค่าจ้างงวดสุดท้ายให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยฎีกาขอให้โจทก์ทั้งสองใช้ค่าเสียหายและเบี้ยปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อความตามสัญญาระบุว่า หากผู้รับจ้างไม่อาจก่อสร้างอาคารให้แล้วเสร็จภายในกำหนดดังกล่าว ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้จ้างปรับเป็นรายวัน วันละ 1,000 บาท จนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จนั้น เบี้ยปรับ วันละ 1,000 บาทนั้น เป็นเบี้ยปรับที่โจทก์ผู้รับจ้างสัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร เช่นว่าไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้เป็นต้น ฉะนั้น นอกจากเรียกให้ชำระหนี้แล้ว จำเลยผู้จ้างจะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381 แต่การที่จำเลยบอกเลิกสัญญากับโจทก์ภายหลังวันครบกำหนดที่โจทก์ต้องทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ 3 - 4 วัน และต่อจากนั้นก็ไม่ได้ว่าจ้างบุคคลใดซ่อมแซมก่อสร้างงานที่ขาดตกบกพร่องให้แล้วเสร็จไปโดยพลัน จึงมีส่วนผิดที่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาถึง 360 วัน เมื่อคำนวณงานที่ยังไม่แล้วเสร็จรวม 11 รายการแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดเบี้ยปรับที่โจทก์ไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ให้เพียง 60 วันคิดเป็นเงิน 60,000 บาท เมื่อคดีได้ความว่าโจทก์ทำงานงวดสุดท้ายตามสัญญาไปแล้ว หากแต่ทำงานไปโดยยังไม่เรียบร้อยมีข้อบกพร่องอยู่และไม่ส่งมอบงานให้จำเลย จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาและให้บุคคลอื่นคิดราคาค่าซ่อมแซมงานที่ยังไม่เรียบร้อยและมีข้อบกพร่องอยู่ ไม่ใช่เป็นเรื่องโจทก์ไม่ทำงานเลยจนถึงกับจำเลยจะมีสิทธิไม่จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ จำเลยคงมีสิทธิหักค่าจ้างเท่าที่ต้องเสียไป แต่ไม่มีสิทธิจะงดจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้ายเสียทั้งหมดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระค่าจ้างงวดที่ 7 (งวดสุดท้าย) เป็นเงิน179,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215 - 2216/2522 ห้างหุ้นส่วนจำกัดดำรงศักดิ์ก่อสร้าง โดยนายดำรงศักดิ์ ผลประสิทธิโต หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ นายเจริญชัย เตชะวิมล จำเลย นายเจริญชัย เตชะวิมล โจทก์ หุ้งหุ้นส่วนจำกัดดำรงศักดิ์ก่อสร้าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดดำรงศักดิ์ก่อสร้าง โดยนายดำรงศักดิ์ ผลประสิทธิโต หุ้นส่วนผู้จัดการ · จำเลย - นายเจริญชัย เตชะวิมล · โจทก์ - นายเจริญชัย เตชะวิมล · จำเลย - หุ้งหุ้นส่วนจำกัดดำรงศักดิ์ก่อสร้าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ วราภรณ์ · ธาดา วัชรานันท์ · จำรัส เขมะจารุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3235/2554ฎีกา 998/2525ฎีกา 5692/2546ฎีกา 1086/2509ฎีกา 5622/2536ฎีกา 2082/2536ฎีกา 1037/2491ฎีกา 2019/2515ฎีกา 1882/2497ฎีกา 2575/2546ฎีกา 2663/2528ฎีกา 2659/2546ฎีกา 287/2524ฎีกา 3109/2528ฎีกา 110/2521ฎีกา 4385/2540ฎีกา 5761/2538ฎีกา 3757/2543ฎีกา 651/2539ฎีกา 3813/2534ฎีกา 2513/2551ฎีกา 4836/2567ฎีกา 930/2521ฎีกา 1019/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา