⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 964/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 964/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยและผู้ร้องขัดทรัพย์จดทะเบียนหย่าและแบ่งทรัพย์สินกันโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงมิให้เจ้าหนี้บังคับคดี ถือเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต และไม่มีผลทำให้ทรัพย์สินของจำเลยตกเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์แต่ผู้เดียว

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยและผู้ร้องขัดทรัพย์จดทะเบียนหย่าและแบ่งทรัพย์สินกันโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงมิให้โจทก์และผู้ร้องสอด ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยนั้นเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตการกระทำดังกล่าวจึงไม่มีผลทำให้เรือนพิพาทซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วยตกเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์แต่ผู้เดียวตามที่สมยอมกันผู้ร้องขัดทรัพย์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยเรือนพิพาทจากการยึด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.117

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์จดทะเบียนสมรสอยู่กินเป็นสามีภรรยากัน เรือนพิพาทที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดมาเป็นสินสมรสของจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2517 จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์จดทะเบียนหย่ากันและได้ทำบันทึกกันไว้ให้เรือนพิพาทได้แก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ว่า จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์จดทะเบียนหย่าและแบ่งทรัพย์สินกันโดยสุจริต มีผลให้เรือนพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ได้ความจากคำเบิกความของผู้ร้องขัดทรัพย์ว่าเมื่อหย่ากันแล้วจำเลยก็มิได้ย้ายไปจากเรือนพิพาท เพิ่งย้ายออกไปก่อนที่เจ้าพนักงานจะไปยึดทรัพย์ และในขณะเจ้าพนักงานไปยึดทรัพย์จำเลยก็อยู่ที่เรือนพิพาท ทั้งปรากฏในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 264/2518 ของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอันเป็นคดีที่จำเลยถูกฟ้องและเกิดเป็นสาขาคดีนี้ว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2517เจ้าหน้าที่ได้ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยที่เรือนพิพาท จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2517 ยื่นคำให้การแก้คำร้องสอดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2517 และวันที่ 13 สิงหาคม 2517 จำเลยก็ระบุในคำคู่ความนั้น ๆ ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพระครูอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเรือนพิพาทในคดีนี้ทั้งสิ้นโจทก์และผู้ร้องสอดที่ 2 ที่ 3 อ้างนางสาหร่าย สงเคราะห์ธรรม นายผันอินทประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้าน นายเติม ภุมรินทร์ กำนัน นายจอก เมฆขำและนางน้อย แสงเพ็ชร์ เข้าสืบว่า จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ยังอยู่ร่วมกันที่เรือนพิพาทและทำนาร่วมกันตลอดมา เห็นว่าพยานผู้ร้องขัดทรัพย์ดังกล่าวมาเจือสมพยานโจทก์และผู้ร้องสอดที่ 2 ที่ 3 ทำให้พยานโจทก์และผู้ร้องสอดที่ 2 ที่ 3 มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า แม้ได้จดทะเบียนหย่ากันแล้ว ผู้ร้องขัดทรัพย์กับจำเลยคงอยู่กินเป็นสามีภรรยากันตลอดมา ความดังกล่าวนี้เมื่อพิเคราะห์ถึงเหตุที่ผู้ร้องขัดทรัพย์กับจำเลยจะหย่ากันตามคำเบิกความของนายอุทัย สังขมณี ปลัดอำเภอ ที่ว่าผู้ร้องขัดทรัพย์กับจำเลยแจ้งว่าทะเลาะกันและตามคำสิบตำรวจเอกบุญล้ำ ชมแก้ว ว่าเพราะจำเลยชอบเสพสุรา เล่นการพนัน และทุบตีผู้ร้องขัดทรัพย์ โดยจำเลยกระทำการดังกล่าวมานี้ก่อนหย่า 2-3 ปี ซึ่งเห็นได้ว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ซึ่งอยู่กินเป็นสามีภรรยากันมาเกือบ 30 ปีมีบุตรด้วยกันถึง 10 คน จะตกลงหย่ากัน และเหตุที่ว่าจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ตกลงจดทะเบียนหย่าและตกลงกันให้เรือนพิพาทตกได้แก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ก่อนวันโจทก์ฟ้องคดีดังกล่าวเพียง 4 วัน แล้วเห็นว่าคดีมีเหตุผลฟังได้ว่าการจดทะเบียนหย่า และการแบ่งทรัพย์สินของจำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ตามที่ผู้ร้องขัดทรัพย์นำสืบเป็นการที่จำเลยกับผู้ร้องขัดทรัพย์ร่วมกันกระทำขึ้นโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงมิให้โจทก์และผู้ร้องสอดที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยนั่นเอง อันเป็นการกระทำที่ไม่สุจริตหามีผลให้เรือนพิพาทซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วยตกเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์แต่ผู้เดียวตามที่จำเลยและผู้ร้องขัดทรัพย์ตกลงสมยอมกันไม่ ผู้ร้องขัดทรัพย์จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยเรือนพิพาทจากการยึด" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 964/2522 นายโปร่ง ชมแก้ว กับพวก โจทก์ ผู้ร้องสอด โจทก์ นายเจริญ วรรณเผือก กับพวก โจทก์ ผู้ร้องขัดทรัพย์ โจทก์ นางส้มลิ้ม โกสุมพันธ์ โจทก์ นายล่อ ชมแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายโปร่ง ชมแก้ว กับพวก · โจทก์ - ผู้ร้องสอด · โจทก์ - นายเจริญ วรรณเผือก กับพวก · โจทก์ - ผู้ร้องขัดทรัพย์ · โจทก์ - นางส้มลิ้ม โกสุมพันธ์ · จำเลย - นายล่อ ชมแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 591/2531ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2679/2537ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 1492/2510ฎีกา 541/2509ฎีกา 1561/2508ฎีกา 3139/2537ฎีกา 2220/2535ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 1445/2482ฎีกา 1141/2540ฎีกา 805/2506ฎีกา 249/2503ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา