⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 416/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้เอกสารที่ถูกปลอมจะสูญหายไป แต่หากมีพยานหลักฐานอื่นที่น่าเชื่อถือ เช่น คำเบิกความของผู้เชี่ยวชาญที่ยืนยันการปลอมแปลง หรือคำเบิกความของพยานบุคคลที่เห็นการกระทำดังกล่าว ศาลก็สามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานปลอมเอกสารได้

ย่อคำพิพากษา

เอกสารที่จำเลยทำปลอม ผู้ชำนาญได้พิสูจน์แล้ว เอกสารนั้นหายไปไม่ได้มาเป็นพยานในคดีเรื่องเจ้าพนักงานปลอมเอกสารและรับรองเอกสารเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161, 162,157 กับมีพยานบุคคลว่าเป็นลายมือชื่อปลอม ศาลฟังพยานบุคคลเป็นพยานลงโทษได้ แม้ไม่มีตัวเอกสารปลอมมาเป็นพยานในคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 161, 162(1), (2), 157 จำคุกตามมาตรา 157, 90 มีกำหนด 7 ปีจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยฎีกาประการแรกว่า โจทก์ไม่สามารถนำเอกสารที่โจทก์ฟ้องว่าทำปลอมขึ้นมาสู่ศาลได้ มีแต่ผู้ชำนาญการพิเศษและพยานบุคคลอื่น ๆ มาสืบความเป็นมาของเอกสาร จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิด เห็นว่า เอกสารที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำปลอมขึ้นมี 4 ฉบับคือ คำขอผ่อนผันแจ้งการครอบครองที่ดิน (ท.ด. 9) บันทึกถ้อยคำของนายใบ บุญสันต์ (ท.ด.16) บันทึกยืนระวังเขต และ ส.ค.1 ต้นฉบับของเอกสารดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้ส่งไปให้ผู้ชำนาญการพิเศษตรวจพิสูจน์ เมื่อได้ทำการตรวจพิสูจน์เสร็จแล้วผู้ชำนาญการพิเศษได้ส่งเอกสารทั้งหมดพร้อมด้วยความเห็นมายังพนักงานสอบสวน และโจทก์ได้นำต้นฉบับรายงานการตรวจพิสูจน์รวม 3 ฉบับส่งศาล ตามเอกสารหมาย ป.จ.1, ป.จ.2และ ป.จ.3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากต้นฉบับรายงานการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยได้ทำเอกสารปลอมดังโจทก์ฟ้องจริง ส่วนเอกสารที่โจทก์มิได้ส่งศาลนั้น คือเอกสารปลอมทั้ง 4 ฉบับ เหตุที่โจทก์ไม่สามารถนำส่งศาลได้เพราะพันตำรวจตรีอรุณ ประสังสิต เบิกความว่าได้เป็นผู้ยืมไปจากพนักงานอัยการแล้วหายไปเพราะถูกคนร้ายลัก ซึ่งเห็นว่าแม้จะหายไปก็ไม่เป็นข้อสำคัญ เพราะเมื่อโจทก์ได้ฟ้องจำเลยและผู้ชำนาญการพิเศษผู้ตรวจพิสูจน์ได้มาเบิกความยืนยันต่อศาลพร้อมกับมีต้นฉบับรายงานการตรวจพิสูจน์ส่งศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็เป็นที่รับฟังได้ ทั้งโจทก์ยังมีพยานบุคคลมาสืบประกอบอีก เช่นนายย่วย พูลราม กำนันตำบลแสวงหา นายหอม บุญผ่อง ซึ่งเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลแสวงหา พยานทั้งสองคนนี้เคยเห็นนายใบ บุญสันต์ ลงชื่อในเอกสารต่าง ๆ โดยเขียนนามสกุลว่าบุญสรรพ์ มิใช่บุญสันต์ บุคคลทั้งสองเป็นกำนันและเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านจึงมีน้ำหนักรับฟังได้ นอกจากนี้จำเลยนำสืบรับเข้ามาด้วยว่าเอกสารต่าง ๆ ที่โจทก์ฟ้องนั้นจำเลยเป็นผู้ทำขึ้นเพราะจำเลยรักษาราชการแทนที่ดินอำเภอแสดงว่าเอกสารเหล่านั้นอยู่ในความดูแลรักษาของจำเลย พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาเชื่อว่าจำเลยได้กรอกข้อความและกระทำการปลอมลายมือชื่อลงในเอกสารนั้นแล้ว แม้โจทก์จะไม่มีเอกสารดังกล่าวส่งศาล ศาลก็รับฟังพยานบุคคลที่รู้ข้อความในเอกสารนั้นซึ่งมาเบิกความเป็นพยานโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 238" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2523 อัยการอ่างทอง โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายยก ทองสาร์ กับพวก โจทก์ นายบุญสืบ ไตรณรงค์หรือไกรณรงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการอ่างทอง · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายยก ทองสาร์ กับพวก · จำเลย - นายบุญสืบ ไตรณรงค์หรือไกรณรงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4499/2531ฎีกา 286/2536ฎีกา 3219/2516ฎีกา 880/2502ฎีกา 1640/2526ฎีกา 729/2489ฎีกา 949/2530ฎีกา 4979/2541ฎีกา 3012-3013/2543ฎีกา 1496/2543ฎีกา 899/2487ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1120/2521ฎีกา 2414/2515ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1404/2512ฎีกา 6759/2540ฎีกา 7847/2544ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4519/2544ฎีกา 186/2514ฎีกา 915/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา