⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 466/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2523

ป.วิ.แพ่ง ม.21, 40, 226

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี แม้จะห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย แต่จำเลยย่อมมีสิทธิโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นไม่รับอ้างว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาแม้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวจะไม่มีผลเป็นอุทธรณ์เพราะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ก็ย่อมมีผลเป็นการโต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยอุทธรณ์ในปัญหานี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหมดไปขอรับโอนมรดกที่ดินซึ่งผู้ตายทำพินัยกรรมยกให้โจทก์ จึงขอให้พิพากษาว่าที่ดินเป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้ง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งโดยปฏิเสธ เมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนการสืบพยานจำเลยที่นัดไว้วันที่ 14 มิถุนายน 2519 ไปสืบวันที่ 13กรกฎาคม 2519 โดยอ้างเหตุว่าทนายจำเลยคิดว่าความที่ศาลแพ่งและศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลชั้นต้นเห็นว่าทนายจำเลยเป็นผู้ขอนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 14 มิถุนายน 2519 เอง การขอเลื่อนเป็นการประวิงคดีให้ชักช้าไม่มีเหตุสมควรที่จะขอเลื่อนคดี จึงไม่อนุญาตให้เลื่อน ถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นไม่รับอ้างว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แล้วพิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้ยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและสืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จำเลยจะขอเลื่อนวันนัดสืบพยานจำเลยที่จำเลยขอนัดไว้เองแต่ก็ไม่ปรากฏพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางที่จำเลยจะประวิงคดีให้ชักช้า ทั้งโจทก์ก็ไม่คัดค้านการขอเลื่อนด้วย คดีมีเหตุสมควรอนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าการโต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาควรจะต้องเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2)โดยชัดแจ้ง คือโต้แย้งด้วยวาจาและให้ศาลจดข้อโต้แย้งนั้นลงไว้ในรายงานหรือมิฉะนั้นก็โต้แย้งเป็นลายลักษณ์อักษร แต่จำเลยกลับอุทธรณ์คำสั่งนั้นศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยโต้แย้งไว้ในอุทธรณ์คำสั่งแล้วว่าจำเลยไม่เห็นด้วยกับข้อวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีแม้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวจะไม่มีผลเป็นอุทธรณ์เพราะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ก็ย่อมมีผลเป็นการโต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อนี้ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2523 นางหอม ศรีวันใจ กับพวก โจทก์ นายปวน ศรีวันใจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหอม ศรีวันใจ กับพวก · จำเลย - นายปวน ศรีวันใจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · สุมิตร ฟักทองพรรณ · ถนัด ลีลากุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2708/2526ฎีกา 3749/2533ฎีกา 2163/2536ฎีกา 102/2494ฎีกา 155/2509ฎีกา 421/2518ฎีกา 17023/2557ฎีกา 190/2540ฎีกา 2669/2532ฎีกา 1972/2525ฎีกา 782/2487ฎีกา 83/2531ฎีกา 644/2534ฎีกา 15019/2551ฎีกา 5383/2551ฎีกา 8600/2542ฎีกา 955/2518ฎีกา 1142/2536ฎีกา 6844/2540ฎีกา 6116/2544ฎีกา 6276/2534ฎีกา 5174/2539ฎีกา 607/2532ฎีกา 688/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา