⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1972/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความต่อศาลเป็นกิจเฉพาะตัว ไม่อาจตั้งให้ผู้อื่นเบิกความแทนได้ แม้จะได้รับมอบอำนาจก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การเบิกความต่อศาลเป็นกิจเฉพาะตัว โดยสภาพไม่อาจตั้งให้ผู้อื่นทำแทนได้ ตามบัญชีพยานระบุว่าจำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน โดยมิได้ระบุ ส. เป็นพยานดังนี้แม้ปรากฏว่า ส. ได้รับมอบอำนาจจากจำเลยให้ยื่นคำให้การและเบิกความแทนจำเลยและศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยนำ ส. เข้าเบิกความศาลก็จะรับฟังคำเบิกความของ ส. เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2), 88

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.64 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.113

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ส่วนที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยนำนายสวาสดิ์ ร่มรื่น เบิกความเป็นพยานจำเลยโดยมิได้ระบุพยาน ศาลไม่ควรรับฟังนั้น ปรากฏว่านายสวาสดิ์ได้รับมอบอำนาจจากจำเลยให้ยื่นคำให้การและเบิกความแทนจำเลยในคดีนี้ รวมทั้งมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาด้วย ดังหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 16 สิงหาคม 2522 และบัญชีพยานของจำเลย ลงวันที่ 24 กันยายน 2522 อันดับ 1 ระบุว่า จำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องกับฎีกาของโจทก์ว่า ศาลจะรับฟังคำเบิกความของนายสวาสดิ์เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2), 88 เพราะนายสวาสดิ์ไม่ใช่จำเลย เป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยให้ดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยเท่านั้น แม้หนังสือมอบอำนาจจะมอบให้นายสวาสดิ์เบิกความแทนจำเลย แต่การเบิกความต่อศาลก็เป็นกิจเฉพาะตัวของจำเลยโดยสภาพไม่อาจตั้งให้ผู้อื่นทำแทนได้ ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยนำนายสวาสดิ์เข้าเบิกความจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา แต่ฎีกาของโจทก์ข้อนี้เพียงขอให้ศาลไม่รับฟังคำเบิกความของนายสวาสดิ์เท่านั้นและศาลฎีกาก็มิได้นำคำเบิกความของนายสวาสดิ์มาประกอบการวินิจฉัยเพราะพยานเอกสารและพยานบุคคลอื่นของจำเลยเพียงพอที่ฟังได้ว่าที่นาพิพาทเป็นของจำเลย ไม่มีเหตุอันสมควรที่ศาลฎีกาจะใช้อำนาจย้อนสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 ประกอบด้วยมาตรา 247" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2525 นายมา ร่มรื่น กับพวก โจทก์ นายเอี่ยม ร่มรื่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมา ร่มรื่น กับพวก · จำเลย - นายเอี่ยม ร่มรื่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมา รัตนมาลัย · สุนทร วรรณแสง · ประมุข สวัสดิ์มงคล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1315/2482ฎีกา 1204/2536ฎีกา 1178/2494ฎีกา 6071/2537ฎีกา 2251/2536ฎีกา 1061/2491ฎีกา 4882/2543ฎีกา 977/2543ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3914/2531ฎีกา 1913/2520ฎีกา 324/2504ฎีกา 2307/2518ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 3428/2530ฎีกา 698/2537ฎีกา 2501/2526ฎีกา 1368/2510ฎีกา 884/2497ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา