⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2975/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2975/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเมื่อโจทก์ไม่จัดการให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยภายในเวลาที่ศาลกำหนดได้ต่อเมื่อโจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไป.

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 เป็นบทบัญญัติที่ให้ศาลใช้ดุลพินิจในกรณีที่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ มิได้บังคับเด็ดขาดว่าต้องจำหน่ายคดี โจทก์ไม่จัดการนำส่งหมายเรียกให้แก่จำเลยภายในกำหนด 7วัน นับแต่วันออกหมายตามที่ศาลชั้นต้นสั่ง ก่อนศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ได้ยื่นคำร้องว่าจะนำส่งหมายเรียกให้จำเลย ขอเลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์เพื่อให้ระยะเวลาการส่งหมายเรียกให้จำเลยเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย แสดงว่าโจทก์ยังติดใจดำเนินคดีต่อไป เป็นพฤติการณ์ที่ยังไม่สมควรจำหน่ายคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแจ้งความแก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลประเวศน์ว่ามีคนร้ายลักเงิน 15,000 บาท และแหวนเพชร 1 วง สร้อยคอหนัก 3 บาท ของจำเลย และว่าโจทก์เป็นคนร้ายรายนี้ ต่อมาจำเลยนำเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลบางมดไปค้นบ้านเลขที่ 67/6 แขวงจอมทอง เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร พบเงิน 4,000 บาท ของนางสาวบุญชื่น จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าเป็นเงินของจำเลยที่หายไปและโจทก์เป็นผู้ลักเอาไป ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงเงิน 4,000 บาทเป็นของนางสาวบุญชื่นด้วยการให้การอันเป็นเท็จของจำเลย พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวโจทก์ไว้ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์อันเป็นการแจ้งเพื่อแกล้งให้โจทก์ต้องได้รับโทษทางอาญา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่า ฟ้องโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา หมายเรียกจำเลยให้การในวันเดียวกับวันนัดสืบพยานโจทก์ให้โจทก์นำส่งหมายภายใน 7 วันนับแต่วันออกหมาย การส่งหมายหากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลย นัดสืบพยานโจทก์วันที่ 26 มกราคม 2524 ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกในวันที่ 11 ธันวาคม 2523 ต่อมาวันที่ 15 มกราคม 2524 โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์เพิ่งมานำหมายทำให้ระยะเวลาในการส่งหมายให้จำเลยทราบนัดไม่เพียงพอขอให้ศาลสั่งเลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ออกไปเป็นวันที่ 11 กุมภาพันธ์2524 ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ไม่นำส่งหมายภายใน 7 วันตามที่ศาลสั่งถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเป็นการทิ้งฟ้อง จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกจำเลยมาดำเนินคดีต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นกรณีที่โจทก์ไม่จัดการนำส่งหมายเรียกให้แก่จำเลยภายในกำหนด 7 วันนับแต่วันออกหมายตามที่ศาลชั้นต้นสั่ง แต่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของโจทก์ ซึ่งต่อมาโจทก์ก็ได้ยื่นคำร้องว่าจะนำส่งหมายเรียกให้จำเลย ขอเลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์เพื่อให้ระยะเวลาการส่งหมายเรียกให้จำเลยเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งแสดงว่าโจทก์ยังติดใจดำเนินคดีต่อไป ในกรณีที่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 132 นั้น มิได้บังคับเด็ดขาดว่าต้องจำหน่ายคดีเป็นแต่ให้ศาลใช้ดุลพินิจ พฤติการณ์ในกรณีนี้ยังไม่สมควรที่จะจำหน่ายคดีของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2975/2524 นายวิสูตร รุจีกุล โจทก์ นายสง่า วีระยืนยง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิสูตร รุจีกุล · จำเลย - นายสง่า วีระยืนยง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6025/2538ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 2018/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 1337/2533ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 3474/2538ฎีกา 6321/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา