⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1095/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1095/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินสะสมที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างมีหลักเกณฑ์การจ่ายแตกต่างจากค่าชดเชยตามกฎหมาย จึงเป็นเงินคนละประเภทกัน แม้ข้อบังคับของนายจ้างจะกำหนดว่าเงินสะสมมีค่าชดเชยรวมอยู่ด้วย ก็ไม่มีผลบังคับหากขัดต่อกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เงินสะสมที่จำเลยจ่ายให้โจทก์มีหลักเกณฑ์การจ่ายแตกต่างไปจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ฯ จึงเป็นเงินคนละประเภทกับค่าชดเชย แม้ข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยเงินทุนสะสม ฯ จะกำหนดว่าเงินสะสมที่โจทก์ได้รับมีค่าชดเชยรวมอยู่ด้วยก็ไม่มีผลบังคับ เพราะขัดกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานซึ่งมีผลบังคับเป็นกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๓,๔๕๐ บาท ต่อมาเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๒ จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ๒๐,๗๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ติดค้างค่าชดเชย บริษัทจำเลยมีข้อบังคับว่าด้วยเงินสะสมสำหรับพนักงานชาวเอเชีย พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งสัญญาจ้างทำงานใช้บังคับอยู่ และพนักงานของจำเลยรวมทั้งโจทก์เป็นสมาชิกอยู่ภายใต้ข้อบังคับนี้ ตามข้อบังคับดังกล่าวจำเลยจะนำเงินเข้าฝากในบัญชียกให้ ซึ่งเปิดไว้ในชื่อของสมาชิกเงินทุนสะสมเป็นรายบุคคล ณ ธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศไทย เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละเจ็ดของเงินเดือนมูลฐานและจำเลยจะคืนเงินทุนสะสมให้แก่สมาชิกทุกคนเมื่อสมาชิกภาพสิ้นสุดลงคือออกจากงาน แต่เงินผลประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับจากกองทุนเงินสะสมนั้นจะต้องหักเงินค่ชดเชยหรือเงินอื่นใดที่คล้ายกันซึ่งบริษัทอาจต้องจ่ายให้ตามผลของกฎหมาย คำสั่ง ประกาศ หรือมติของรัฐบาล ดังนั้น เงินทุนสะสมที่จำเลยจะต้องจ่ายให้แก่พนักงานซึ่งเป็นสมาชิก จึงเป็นเงินตอบแทนความชอบที่จำเลยจ่ายให้แก่พนักงานที่เป็นสมาชิกทุกคนในฐานะที่ทำงานมาด้วยดีเพิ่มเป็นส่วนหนึ่งตากหากจากค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน แต่ถ้าเงินกองทุนสะสมของสมาชิกใดน้อยกว่าค่าชดเชยตามกฎหมาย จำเลยก็จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเท่ากับค่าชดเชยตามกฎหมายและจะไม่จ่ายเงินกองทุนสะสมซ้ำอีก สำหรับโจทก์มีสิทธิได้รับเงินทุนสะสมและค่าชดเชยรวมกันเป็นเงิน ๔๘,๕๓๒ บาท ซึ่งจำเลยได้จ่ายเงินสองจำนวนนี้ให้โจทก์รับไปครบถ้วนแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๒๒ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าชดเชยซ้ำอีก ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา โจทก์รับว่าข้อบังคับว่าด้วยเงินทุนสะสมตามเอกสารหมาย ล.๑ เป็นเอกสารที่มีอยู่จริงและถูกต้องและรับว่าเงินที่โจทก์รับตามเอกสารหมาย ล.๒ เป็นเงินสะสมที่จำเลยนำเข้าบัญชียกให้แต่ฝ่ายเดียว ส่วนเงินสะสมตามระเบียบเดิมโจทก์ได้รับคืนจากจำเลยไปครบถ้วนแล้วก่อนที่โจทก์จะออกจากงานเพราะเกษียณอายุ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เงินสะสมตามข้อบังคับหมาย ล.๑ ไม่ใช่ค่าชดเชยแต่เป็นเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ๒๐,๗๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามเอกสารหมาย ล.๑ มีหลักเกณฑ์โดยย่อว่า พนักงานทุกคนที่มีเงินเดือน ๆ ละ ๗๕๐ บาทขึ้นไปหรือคนงานค่าจ้างรายวันที่มีค่าจ้างสัปดาห์ละ ๑๕๐ บาท ขึ้นไปต้องเป็นสมาชิกทันทีที่ทำงานกับบริษัทจำเลยเป็นเวลาต่อเนื่องกันครบ ๑ ปี ทุก ๆ เดือนบริษัทจะนำเงินเข้าฝากในบัญชียกให้ซึ่งเปิดไว้ในชื่อของสมาชิกเงินทุนสะสมเป็นรายบุคคลในธนาคารแห่งหนึ่งแห่งใดเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละเจ็ดของเงินเดือนมูลฐานปัจจุบันสมาชิกที่ทำงานกับบริษัทเป็นเวลาต่อเนื่องกันไม่ครบ ๔ ปี ไม่มีสิทธิรับเงินที่อยู่ในบัญชียกให้ เงินนั้นต้องคืนให้บริษัทถ้าทำงานครบ ๔ ปี มีสิทธิได้รับเงินร้อยละห้าสิบ ยอดเงินคงเหลือต้องคืนให้บริษัท แต่ถ้าทำงานครบ ๘ ปี สมาชิกจะได้รับเงินทั้งหมดในบัญชียกให้ เมื่อสมาชิกสภาพสิ้นสุดลง ซึ่งรวมทั้งการลาออกเลิกจ้างหรือตาย หากทำงานครบกำหนดเวลาข้างต้น สมาชิกหรือทายาทของสมาชิกมีสิทธิได้รับเงินสะสม ลูกจ้างที่ไม่ได้เป็นสมาชิกหรือทายาทไม่มีสิทธิรับเงินสะสมนี้ส่วนหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยนั้นจ่ายให้ในกรณีเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๖ เท่านั้น ไม่จ่ายให้กรณีลูกจ้างลาออกหรือตายและลูกจ้างทำงานติดต่อกันอย่างน้อยหนึ่งร้อยยี่สิบวันไม่ต้องครบ ๔ ปี ก็มีสิทธิได้รับค่าชดเชยแล้ว นอกจากนี้ในเรื่องการจ่ายค่าชดเชยไม่มีหลักเกณฑ์ว่าลูกจ้างจะต้องได้รับค่าจ้างขั้นต่ำเท่าใด จึงจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชย เงินสะสมที่จำเลยจ่ายให้โจทก์จึงเป็นเงินคนละประเภทกับค่าชดเชย แม้เอกสารหมาย ล.๑ ข้อ ๒๑ จะมีข้อความว่า เงินสะสมตามเอกสารดังกล่าวมีค่าชดเชยรวมอยู่ด้วยก็ไม่มีผลบังคับเพราะขัดกับประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานซึ่งมีผลบังคับเป็นกฎหมาย ด้วยเหตุนี้แม้โจทก์จะได้รับเงินสะสมจากจำเลยแล้วก็ยังไม่หมดสิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยอีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1095/2525 นายสง่า สกลวารี โจทก์ บริษัทบอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสง่า สกลวารี · จำเลย - บริษัทบอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายฟอง แสวงธรรม · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3245/2534ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 3591/2529ฎีกา 1343/2526ฎีกา 2104-2105/2525ฎีกา 2314/2525ฎีกา 3117/2529ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 2572/2541ฎีกา 271/2525ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1479/2526ฎีกา 3362/2529ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 2328-2329/2520ฎีกา 2078/2527ฎีกา 2242/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา