⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2103/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2103/2525

ย่อคำพิพากษา

ลำพังแต่คำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกันเพียงอย่างเดียวนั้นไม่มีน้ำหนักให้รับฟังลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 266(4), 268 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีข้อวินิจฉัยว่า จำเลยใช้ให้นายกัณฐัศนำเช็คเลขที่ ข.1933826 และเลขที่ ข. 1933829 เอกสารหมาย จ.5และ จ.1 ซึ่งปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไปขอรับเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัดสาขาปทุมธานี ในวันที่ 9 และวันที่ 10 มิถุนายน 2520 หรือไม่ โจทก์มีนายกัณฐัศเป็นพยานว่า จำเลยใช้ให้นายกัณฐัศ นำเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวไปเบิกเงินสำหรับเช็คที่เบิกเงินในวันที่ 9 นายกัณฐัศได้รับเงิน 38,000 บาท แล้วนำมามอบให้จำเลยที่ห้องอาหารเพลิศ จำเลยให้เงิน 100 บาท วันรุ่งขึ้นนายกัณฐัศไปพบจำเลยอีก จำเลยมอบเช็คให้ไปรับเงิน 420,000 บาท รับได้แล้วให้นำดร๊าฟมาให้ที่ร้านนภาพรรณ และมีนายจำนงค์เป็นพยานว่า ในวันที่ 10 มิถุนายน 2520นั้นจำเลยเป็นผู้ว่าจ้างให้นายจำนงค์ขับรถแท็กซี่ไปส่งนายกัณฐัศที่จังหวัดปทุมธานี พิเคราะห์แล้ว นายกัณฐัศเบิกความว่า ในวันที่ 10 มิถุนายน 2520ที่ถูกจับคดีนี้ จำเลยไม่ได้นั่งรถแท็กซี่ไปธนาคารกับนายกัณฐัศด้วย ซึ่งขัดแย้งกับคำเบิกความของพันตำรวจตรีอาคม บุญหลง พนักงานสอบสวนที่เบิกความว่า จากการสอบสวนนายกัณฐัศได้ความว่าวันนั้นจำเลยได้นั่งรถแท็กซี่ไปด้วยแต่ไม่ได้เข้าไปในธนาคาร จำเลยได้หลบหนีไปในขณะที่ธนาคารทราบการกระทำผิด จำเลยเพิ่งพบนายกัณฐัศที่สำนักงานจัดหางานเป็นครั้งแรก ไม่น่าเชื่อว่าจะไว้วางใจให้นายกัณฐัศไปรับเงินจำนวนมาก พนักงานสอบสวนได้สอบสวนนายกัณฐัศเป็นผู้ต้องหาว่าร่วมกระทำความผิดคดีนี้ด้วย คำเบิกความของนายกัณฐัศเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิด จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ ส่วนนายจำนงค์ก็เบิกความว่าคนที่จ้างให้ขับรถแท็กซี่ไปส่งที่จังหวัดปทุมธานีจะใช่จำเลยหรือไม่พยานจำไม่ได้ พยานขับรถแท็กซี่ทุกวันจำคนโดยสารไม่ได้ทุกคน ถึงแม้จะได้ความจากนายจำนงค์ว่าหลังเกิดเหตุแล้วประมาณ 5 เดือน พนักงานสอบสวนได้นำพยานไปดูตัวคนที่ว่าจ้างให้ไปส่งนายกัณฐัศที่จังหวัดปทุมธานี พยานจำได้ว่าเป็นคนเดียวกันก็ตาม แต่โจทก์มิได้นำพนักงานสอบสวนผู้นั้นมาสืบเป็นพยานประกอบคำเบิกความของนายจำนงค์จึงเลื่อนลอย ไม่อาจรับฟังเป็นความจริงได้ ลายมือที่เขียนใบเบิกสมุดเช็คและเช็คที่ปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย โจทก์ก็นำสืบไม่ได้ว่าเป็นลายมือชื่อของจำเลยหรือไม่ สรุปแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังฟังไม่ได้ว่าจำเลยใช้ให้นายกัณฐัศเช็คปลอมไปขอรับเงินในวันที่ 9 และ 10มิถุนายน 2520" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2103/2525 อัยการปทุมธานี โจทก์ นายสม ทิพวัฒน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการปทุมธานี · จำเลย - นายสม ทิพวัฒน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม บรรลือสินธุ์ · ประสม ศรีเจริญ · กิติ บูรพรรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4499/2531ฎีกา 286/2536ฎีกา 3219/2516ฎีกา 880/2502ฎีกา 1640/2526ฎีกา 729/2489ฎีกา 949/2530ฎีกา 4979/2541ฎีกา 3012-3013/2543ฎีกา 1496/2543ฎีกา 899/2487ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1120/2521ฎีกา 2414/2515ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1404/2512ฎีกา 6759/2540ฎีกา 7847/2544ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4519/2544ฎีกา 186/2514ฎีกา 915/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา