⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1262/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ทราบคำสั่งศาลที่กำหนดเวลาให้ดำเนินคดีแล้ว แต่ไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลา ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอาญาศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีของโจทก์มีมูล ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา หมายเรียกจำเลยมาให้การ และให้โจทก์นำส่งหมายภายใน 7 วัน คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ออกหมายเรียกจำเลยมานั้น นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 169 แล้ว ยังเป็นการปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ด้วย และ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายเรียกให้จำเลยก็เป็นการสั่งให้โจทก์ปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 70 วรรคท้าย โจทก์จึงมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินคดีต่อไปภายในกำหนดเวลาที่ศาลกำหนดไว้นั้น เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งศาลที่กำหนดเวลาให้โจทก์นำส่งหมายให้จำเลยดังกล่าวแล้ว โจทก์ไม่ดำเนินคดีภายในกำหนดเวลานั้น กรณีต้องถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดี ภายในเวลาที่ศาลกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) อันเป็นการทิ้งฟ้อง ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์เสียจากสารบบความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132(1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.169 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.70 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คเงินสดเพื่อชำระหนี้ในธุรกิจการค้าให้แก่โจทก์ โจทก์ได้นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีของโจทก์ เพื่อเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีของโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาหมายเรียกจำเลยมาให้การวันเดียวกับวันนัดสืบพยานโจทก์ ให้โจทก์นำส่งหมายภายใน ๗ วัน การส่งหมายหากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลย นัดสืบพยานโจทก์วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๒๕ เวลา ๘.๓๐ นาฬิกา โจทก์ได้ทราบคำสั่งศาลดังกล่าวนี้แล้วปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๕ ต่อมาวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๒ รองจ่าศาลรายงานว่า ตามที่ศาลได้มีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายเรียกแก่จำเลยภายใน ๗ วัน นั้น บัดนี้ล่วงเลยกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว โจทก์มิได้นำส่งหมายแต่ประการใด ขอให้ศาลมีคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง จำหน่ายคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องและให้จำหน่ายคดีของโจทก์นั้นชอบหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๕ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่าคดีของโจทก์มีมูล ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา หมายเรียกจำเลยมาให้การและให้โจทก์นำส่งหมายภายใน ๗ วันนั้น โจทก์ได้ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวตามที่โจทก์ได้ลงชื่อไว้ในรายงานกระบวนพิจารณานั้นแล้ว เห็นว่าการที่ศาลสั่งให้ออกหมายเรียกจำเลยมานั้นนอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๙ แล้ว ยังเป็นการปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ด้วย และการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายเรียกให้จำเลยก็เป็นการสั่งให้โจทก์ซึ่งเป็นคู่ความปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๐ วรรคท้ายบัญญัติไว้ โจทก์จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวที่จะต้องดำเนินคดีต่อไปภายในกำหนดเวลาที่ศาลกำหนดไว้นั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งศาลที่กำหนดเวลาให้โจทก์นำส่งหมายให้จำเลยดังกล่าวแล้ว โจทก์ไม่ดำเนินคดีภายในกำหนดเวลานั้น กรณีก็ต้องถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔(๒) อันเป็นการทิ้งฟ้อง ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์เสียจากสารบบความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒(๑) แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะมิได้มีบทบัญญัติเรื่องการนำหมาย การทิ้งฟ้องและจำหน่ายคดีไว้โดยเฉพาะศาลก็มีอำนาจนำบทบัญญัติเรื่องดังกล่าวแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับในคดีอาญาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2526 นายทวีศักดิ์ อนุวัฒนาภรณ์ โจทก์ นายผดุงชัย พรหมกัลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทวีศักดิ์ อนุวัฒนาภรณ์ · จำเลย - นายผดุงชัย พรหมกัลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · ดำรง แจ่มสุธี · บุญส่ง คล้ายแก้ว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญทรง เค้าไพบูลย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6025/2538ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 2018/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 1337/2533ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 3474/2538ฎีกา 6321/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา