คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ไม่มาศาลหลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว ถือว่าโจทก์ละเว้นการดำเนินกระบวนพิจารณาตามที่กฎหมายกำหนด ศาลจึงมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 โดยไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการพิจารณาโดยขาดนัดของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยการอนุโลมได้
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ไม่มาศาลหลังจากสืบพยานโจทก์บ้างแล้วนั้น ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา166 ได้ เพราะโจทก์ยังมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติต่อศาล คือนำพยานเข้าสืบอีก หากไม่ติดใจสืบก็ต้องแถลงให้ศาลทราบ และเรื่องการไม่มาศาลตามกำหนดนัดนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติไว้ชัดแจ้งแล้ว จึงจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเรื่องการพิจารณาโดยขาดนัดมาอนุโลมบังคับหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๒๖, ๓๒๘
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องไว้พิจารณา
จำเลยให้การปฏิเสธ
ชั้นพิจารณา หลังจากสืบพยานโจทก์ได้ ๓ ปาก ในวันสืบพยานโจทก์นัดต่อไป โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุ ศาลชั้นต้นจึงให้ยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๑ ประกอบกับมาตรา ๑๖๖ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งนัดไต่สวนคำร้อง ก่อนถึงวันนัดไต่สวนคำร้องโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้งดการไต่สวนคำร้องเพื่อรอฟังผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าการพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยบทบัญญัติมาตรา ๑๖๖ ประกอบกับมาตรา ๑๘๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมายถึงกรณีชั้นไต่สวนมูลฟ้องเท่านั้น หากเป็นชั้นพิจารณาจะนำมาตรา ๑๖๖ มาอนุโลมใช้ได้เฉพาะการพิจารณาในนัดแรก เห็นว่า ข้อความที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘๑ มีเพียงว่า "ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๓๙ และ ๑๖๖ มาบังคับแก่การพิจารณาโดยอนุโลม" หาได้มีข้อความที่กำหนดถึงการพิจารณานัดแรกหรือนัดต่อไปไม่ การที่โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดและศาลพิพากษายกฟ้องเป็นวันที่โจทก์มีหน้าที่จะต้องนำพยานเข้าสืบต่อจากนัดแรก ยังมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติต่อศาล หากไม่ติดใจสืบก็ต้องแถลงให้ศาลทราบ เพื่อศาลจะได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ ศาลจะพิพากษาคดีไปทั้งที่โจทก์ยังติดใจสืบพยานต่ออยู่ และยังมิได้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาทางฝ่ายจำเลยหาได้ไม่ บทบัญญัติมาตรา ๑๖๖ จึงให้อำนาจศาลชั้นต้นยกฟ้องเสียได้และเรื่องไม่มาศาลตามกำหนดนัดมีบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งในมาตรา ๑๖๖แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้วว่าให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติอย่างไรบ้าง จึงจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในเรื่องขาดนัดพิจารณามาอนุโลมบังคับใช้อีกหาได้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2527
นายสุธรรม สิริพลังคานนท์ กับพวก โจทก์
นายทองทศ ไวทยานนท์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุธรรม สิริพลังคานนท์ กับพวก · จำเลย - นายทองทศ ไวทยานนท์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายวิศิษฏ์ วิศาลสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจุนท์ จันทรวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา