คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1495/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์นำสืบเรื่องราคาทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายไว้ไม่สมฟ้อง ศาลจะกำหนดให้จำเลยใช้ราคาแก่เจ้าทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 47 ไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ขอมาท้ายฟ้องว่า ราคาเนื้อกระบือที่จำเลยร่วมกันลักไปมีราคา 8,900 บาท แต่โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเนื้อกระบือที่ถูกลักไปนั้นมีจำนวน น้ำหนักและราคาในท้องตลาดขณะนั้นเท่าใด คำนวณได้ยอดดังกล่าวมาอย่างไร คงนำสืบเพียงว่าจำเลยคนใดลักเนื้อกระบือส่วนไหนไปเท่านั้น โจทก์จึงนำสืบเรื่องราคาทรัพย์ไว้ไม่สมฟ้องและไม่มีข้อมูลให้ศาลคำนวณเพื่อกำหนดตามราคาอันแท้จริงขึ้นได้ ดังนี้ศาลจึงไม่ต้องกำหนดราคาทรัพย์ซึ่งจำเลยจะต้องใช้ให้แก่เจ้าทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 47 (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1163/2509)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยอาศัยโอกาสที่เกิดเหตุรถไฟชนกระบือ ๑ ตัวของผู้เสียหาย ได้ร่วมกันชำแหละลักเอาเนื้อกระบือหนัก ๓๒๓ กิโลกรัม ราคา ๘,๙๐๐ บาท ของผู้เสียหายไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๘๓ และสั่งจำเลยร่วมกันใช้ราคาเนื้อกระบือเป็นเงิน ๘,๙๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย
จำเลยทั้งสิบเจ็ดให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษากลับ ว่าจำเลยทั้งสิบเจ็ดมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ ๖ เดือน ปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำคุกมีกำหนด ๑ ปี เนื้อและชิ้นส่วนกระบือที่จำเลยลักฟังไม่ได้ว่ามีราคาเท่าใดแน่ไม่อาจบังคับให้จำเลยใช้ราคาตามขอ ให้ยกคำขอข้อนี้เสีย
โจทก์ฎีกา ขอให้จำเลยทั้งสิบเจ็ดร่วมกันใช้ราคาเนื้อกระบือเป็นเงิน ๘,๙๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายด้วย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทุกคนจะต้องร่วมกันใช้ราคาเนื้อกระบือแก่ผู้เสียหายตามที่โจทก์ขอมาหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๗ วรรคสอง บัญญัติว่า "ราคาทรัพย์สินที่สั่งให้จำเลยใช้แก่ผู้เสียหาย ให้ศาลกำหนดตามราคาอันแท้จริง..." แปลว่า จำเลยทุกคนจะต้องร่วมกันใช้ราคาเนื้อกระบือแก่ผู้เสียหายคดีนี้แน่ เป็นแต่ว่าราคาดังกล่าวต้องกำหนดตามราคาอันแท้จริงเท่านั้น คดีนี้โจทก์ขอมาท้ายฟ้องว่าราคาเนื้อกระบือที่จำเลยร่วมกับพวกลักไปมีราคา ๘,๙๐๐ บาท แต่โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเนื้อกระบือที่ถูกลักไปนั้นมีจำนวน น้ำหนัก และราคาในท้องตลาดขณะนั้นเท่าใด คำนวณได้ยอดดังกล่าวมาอย่างไร คงนำสืบเพียงว่าจำเลยคนใดลักเนื้อกระบือส่วนไหนไปเท่านั้นโจทก์จึงนำสืบเรื่องราคาทรัพย์ไว้ไม่สมฟ้องและไม่มีข้อมูลให้ศาลคำนวณเพื่อกำหนดราคาอันแท้จริงขึ้นได้ ดังนี้ศาลจึงไม่ต้องกำหนดราคาทรัพย์ซึ่งจำเลยจะต้องใช้ให้แก่เจ้าทรัพย์ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๖๓/๒๕๐๙ ระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายวิชาญ ชัยศิริ จำเลย เรื่อง วิ่งราวทรัพย์ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1495/2528
พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์
นายนวน พันธ์ภูมิ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · จำเลย - นายนวน พันธ์ภูมิ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปชา วรธรรมพินิจ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายอร่าม เสนามนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา