คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3323/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ต้องเป็นสิทธิของบุคคลภายนอกเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ที่เทียบเคียงได้กับบุริมสิทธิ และผู้ร้องซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ธรรมดาไม่อาจถือได้ว่ามีสิทธิอื่นดังกล่าว.
ย่อคำพิพากษา
สิทธิอื่น ๆ ตามที่กล่าวไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 จะต้องเป็นสิทธิที่บุคคลภายนอกมีอยู่เหนือทรัพย์สิน ของลูกหนี้ และจะต้องเป็นสิทธิที่เทียบเคียงได้กับบุริมสิทธิอันเป็นสิทธิประเภทแรกด้วย ผู้ร้องได้ส่งเงินตามอายัดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วต่อมาผู้ร้องขอรับเงินที่ส่งตามอายัดคืนโดยอ้างว่า เงินฝากในบัญชี ของจำเลยที่ส่งให้นั้นนอกจากค้ำประกันเงินกู้ของลูกค้าจำเลยแล้ว ยังค้ำประกันการเบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยอีกด้วย จำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องอยู่ ผู้ร้องมีสิทธินำเงินจำนวนที่ส่งให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามอายัดไปหักหนี้เบิกเงินเกินบัญชีได้ก่อนอยู่แล้วจึงขอให้คืนเงินดังกล่าวแก่ผู้ร้อง ดังนี้ผู้ร้องมีฐานะไม่ต่างกับเจ้าหนี้ธรรมดา จึงไม่อาจถือได้ว่าสิทธิของผู้ร้องเป็นสิทธิอื่น ซึ่งเจ้าหนี้ในฐานะบุคคลภายนอก
อาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามกฎหมาย ตามนัยแห่ง มาตรา 287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอเงินที่ส่งให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามอายัดคืนและไม่มีผลกระทบกระทั่งถึงการบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ของตนได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากของจำเลย ซึ่งจำเลยมีสิทธิถอนเงินค้ำประกันคืน ผู้ร้องได้ส่งเงินตามอายัดให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ต่อมาผู้ร้องขอรับเงินที่ส่งตามอายัดคืนโดยแจ้งว่าจำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องอยู่ และผู้ร้องมีสิทธินำเงินที่ส่งตามอายัดไปหักหนี้เบิกเงินเกินบัญชีได้ก่อน
โจทก์แถลงคัดค้าน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องฎีกาว่า สิทธิของผู้ร้องในการบังคับชำระหนี้ในเงินฝากประกันหนี้ของจำเลยจำนวน ๕,๐๓๑.๔๒ บาท เป็นสิทธิอื่น ๆ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า สิทธิของเจ้าหนี้ผู้ร้องขอบังคับตามมาตรา ๒๘๗ นี้จะต้องเป็นบุริมสิทธิหรือเป็นสิทธิอื่น ๆ ซึ่งเจ้าหนี้ในฐานะบุคคลภายนอกอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ตามกฎหมาย สำหรับสิทธิอื่น ๆ ดังกล่าวนี้จะต้องเป็นสิทธิที่บุคคลภายนอกมีอยู่เหนือทรัพย์สินของลูกหนี้นั่นเองและจะต้องเป็นสิทธิที่เทียบเคียงได้กับบุริมสิทธิอันเป็นสิทธิประเภทแรกด้วย ผู้ร้องอ้างเพียงว่า เงินฝากในบัญชีของจำเลย นอกจากจะค้ำประกันเงินกู้ของลูกค้าจำเลยแล้ว ยังค้ำประกันการเบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยอีกด้วย จำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องอยู่จำนวน ๑๔๖,๐๖๘.๔๖บาท ผู้ร้องมีสิทธินำเงินจำนวน ๕,๐๓๑.๔๒ บาท ที่ส่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตามอายัดไปหักหนี้เบิกเงินเกินบัญชีได้ก่อนอยู่แล้วจึงขอให้คืนเงินดังกล่าวแก่ผู้ร้อง เห็นว่าผู้ร้องมีฐานะไม่ต่างกับเจ้าหนี้ธรรมดา จึงไม่อาจถือได้ว่าสิทธิของผู้ร้องเป็นสิทธิอื่นซึ่งเจ้าหนี้ในฐานะบุคคลภายนอกอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้ตามกฎหมาย ตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา ๒๘๗ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยประเด็นนี้ต้องกันว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิขอเงินที่ส่งให้แก่เจ้าพนักงานบังคับตามอายัดคืน และไม่มีผลกระทบกระทั่งถึงการบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ของตนได้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3323/2528
นายวิวัฒน์ สุขประเสริฐ โจทก์
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ฯ ผู้ร้อง
นางอำไพ สิริยุตตะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิวัฒน์ สุขประเสริฐ · ผู้ร้อง - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ฯ · จำเลย - นางอำไพ สิริยุตตะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์ · โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นางสุดศรี น้าประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดมศักดิ์ ศิริอ่อน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา