⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 326/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้รับจัดสรรที่ดินแต่ยังไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ ย่อมยังไม่ถือว่ามีสิทธิครอบครองในที่ดินนั้น การเข้าไปครอบครองที่ดินดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดขวางการครอบครองโดยปกติสุข

ย่อคำพิพากษา

ช.ได้รับจัดสรรที่ดินพิพาทจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดฯแต่ยังไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์จึงยังไม่ได้สิทธิครอบครองการที่จำเลยเข้าไปครอบครองที่ดินพิพาทย่อมไม่เป็นการขัดขวางรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปกติสุขของช..

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บุกรุกเข้าไปไถและหว่านข้าวในที่ดินที่ผู้เสียหายได้รับมอบการครอบครองจากคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เข้าทำประโยชน์อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา362, 365 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนมีเหตุควรปรานีตามมาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 8 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้เข้าไถหว่านข้าวกล้าในที่ดินแปลงเลขที่ 42 ตามแผนที่แปลงที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรม ซึ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ จัดแบ่งให้ผู้เสียหายตาม พ.ร.ก. กำหนดเขตที่ดินในท้องที่อำเภอสามงาม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2521 ปัญหามีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุกตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามคำเบิกความของผู้เสียหายได้ความว่าผู้เสียหายได้เพียงส่วนแบ่งที่ดินเลขที่ 42 ตามแผนที่แปลงที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรม แต่ยังไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์เพราะที่ดินส่วนใหญ่ยังเป็นป่า (โจทก์นำสืบว่าเป็นป่าไผ่)สำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ ต้องช่วยจัดให้มีการโค่นไถ ผู้เสียหายจึงจะเข้าทำกินได้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ เพียงแต่โค่นไถให้เป็นแนวเขตไว้เท่านั้น ตามคำเบิกความของจำเลยและพยานได้ความว่า ที่ดินที่จัดสรรให้ผู้เสียหายเป็นที่ดินที่จำเลยแจ้งการครอบครองไว้และครอบครองทำประโยชน์มาก่อน เหตุที่จำเลยยอมให้นำไปจัดสรร เพราะสำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ แจ้งว่า จะให้ค่าชดเชยไร่ละ 1,200 บาทและจะให้บุตรจำเลยได้รับที่ดินในการจัดสรรด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้รับค่าชดเชยจากผู้เสียหายและสำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ จึงเข้าไถหว่านข้าวกล้าในที่ดินอย่างที่เคยทำมา เมื่อผู้เสียหายยังไม่ได้สิทธิครอบครองอย่างสมบูรณ์ เพราะยังไม่ได้เข้าครอบครองที่ดินที่ทางราชการจัดสรรให้การที่จำเลยซึ่งได้ครอบครองทำกินในที่ดินมาก่อนเข้าไถหว่านข้าวกล้าในที่ดิน ย่อมไม่เป็นการขัดขวางรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปกติสุขของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2529 พนักงานอัยการ จังหวัด พิจิตร โจทก์ นาย สุข รอดสงฆ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พิจิตร · จำเลย - นาย สุข รอดสงฆ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปลื้ม โชติษฐยางกูร · มาโนช เพียรสนอง · อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง
แหล่งที่มาADMIN

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6630/2556ฎีกา 624/2524ฎีกา 1310/2513ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 363/2518ฎีกา 15717/2553ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3664-3665/2534ฎีกา 3081/2524ฎีกา 1811/2530ฎีกา 4069/2536ฎีกา 290/2543ฎีกา 5471/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 1898/2505ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5543/2534ฎีกา 18654/2555ฎีกา 214/2524ฎีกา 1699/2529ฎีกา 1936/2522ฎีกา 435/2535ฎีกา 489/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · ADMIN