คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3993/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยไม่ได้เพราะเหตุที่อยู่ไม่ชัดเจน ไม่ถือว่าเป็นการหาตัวจำเลยไม่พบหรือจำเลยหลบหนี การพิจารณาคดีโดยมิได้ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยเพื่อแก้ต่างจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยไม่ได้เพราะหมายนัดระบุที่อยู่ของจำเลยโดยไม่ได้ระบุว่าอยู่ถนนใด เจ้าหน้าที่ผู้ส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์จึงรายงานการส่งหมายว่าหมายนัดระบุที่อยู่ของจำเลยไม่ชัดเจนและออกติดตามหาจำเลยแล้วไม่มีผู้ใดรู้จักในชั้นส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หมายนัดก็ระบุแต่ชื่อและที่อยู่ของจำเลยโดยไม่ได้ระบุว่าอยู่ถนนใดเช่นกัน แต่ก็ปรากฏว่าเจ้าพนักงานศาลส่งหมายนัดให้จำเลยได้โดยจำเลยรับไว้เอง เช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยไม่ได้นั้นเป็นเพราะหาตัวจำเลยไม่พบหรือจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่รับสำเนาอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 201 การที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีไปโดยมิได้ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยเพื่อแก้นั้นจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 200
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287และริบภาพยนต์เทปลามกอนาจารของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุก 1 เดือนและปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นไม่รอการลงโทษและไม่ปรับนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสำเนาหมายนัดส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยในหมายนัดระบุบ้านเลขที่ ตำบล อำเภอและจังหวัด โดยไม่ได้ระบุว่าอยู่ถนนใดเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ส่งหมายและสำเนาอุทธรณ์จึงรายงานการส่งหมายว่าหมายนัดระบุที่อยู่ของจำเลยไม่ชัดเจนและออกติดตามหาจำเลยแล้วไม่มีผู้ใดรู้จัก แต่ในชั้นส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หมายนัดก็ไม่ได้ระบุว่าจำเลยอยู่ถนนใดเช่นกัน แต่ก็ปรากฏว่าเจ้าพนักงานศาลส่งหมายนัดให้จำเลยได้โดยจำเลยรับไว้เอง ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นที่เห็นได้ว่าตามรายงานของเจ้าพนักงานตำรวจนั้นอาจจะมิได้มีการส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ที่ภูมิลำเนาของจำเลยหรือติดตามหาตัวจำเลยที่ภูมิลำเนาของจำเลย ทั้งตามพฤติการณ์ของคดีก็ไม่มีเหตุให้เห็นว่าจำเลยหลบหนีเพราะตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้รอการลงโทษจำเลยไว้จึงยังถือไม่ได้ว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยไม่ได้นั้นเป็นเพราะหาตัวไม่พบหรือหลบหนีหรือจงใจไม่รับสำเนาอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 201 การที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีไปโดยมิได้ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยเพื่อแก้นั้น จึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการในเรื่องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยแล้วส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3993/2529
พนักงานอัยการประจำศาลแขวงขอนแก่น โจทก์
นายศราวุธ แซ่ตั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงขอนแก่น · จำเลย - นายศราวุธ แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สาระ เสาวมล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา