คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้รับจำนองรายแรกขอให้ศาลขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองรวมกันอย่างปลอดจำนองแล้ว การขายทอดตลาดนั้นย่อมมีผลปลอดจำนองตลอดไปถึงผู้รับจำนองรายหลังด้วย ผู้รับจำนองรายหลังจะขอให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยคงคิดจำนองของตนไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ทรัพย์ที่มีการจำนองสองราย เมื่อผู้รับจำนองรายแรกขอให้ศาลขายทอดตลาดทรัพย์อย่างปลอดจำนองแล้ว ก็เป็นการปลอดจำนองตลอดไปถึงผู้รับจำนองรายหลังด้วย ผู้รับจำนองรายหลังจะขอให้ขายทอดตลาดไปโดยคงคิดจำนองของตนแย้งกับผู้รับจำนองรายแรกไม่ได้ เพราะเป็นการบังคับตามสิทธิของตนเป็นที่เสียหายแก่ผู้รับจำนองคนก่อน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ให้รับผิดตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี สัญญากู้เงิน สัญญาขายลดเช็ค และเช็ค และให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดตามเช็ค ๔ ฉบับ คู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลได้พิพากษาตามยอม จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเพียง ๓ งวดแล้วผิดนัด โจทก์จึงนำยึดที่ดินโฉนดที่ ๒๘๒๙๑ และ ๒๘๘๐๔ ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรซึ่งโจทก์รับจำนองไว้เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ ปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดมีการจำนองอันดับ ๒ ซึ่งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้รับจำนอง เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีสอบถามผู้ร้องทั้งสองว่าจะให้ขายทอดตลาดอย่างติดจำนองหรือปลอดจำนอง ผู้ร้องทั้งสองขอให้ขายทอดตลาดอย่างติดจำนอง ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ขายทอดตลาดโดยติดจำนองอันดับ ๒
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดโดยปลอดจำนองทั้งหมด
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไว้โดยปลอดจำนอง
ผู้ร้องทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๗๒ บัญญัติว่า เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองแล้ว ได้เงินสุทธิเท่าใดให้ใช้แก่ผู้รับจำนองเรียงตามลำดับ มาตรา ๗๔๔ (๕) บัญญัติว่า จำนองย่อมระงับสิ้นไปเพื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองตามคำสั่งศาล อันเนื่องมาแต่การบังคับจำนอง หรือถอนจำนอง ตามบทกฎหมายดังกล่าว เห็นว่า เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินจำนองได้เงินแล้วจะต้องใช้แก่ผู้รับจำนองเรียงตามลำดับ ดังนั้นหากผู้รับจำนองอันดับ ๒ ไม่ยอมขายทอดตลาดอย่างปลอดจำนอง แต่ผู้รับจำนองอันดับ ๓ ประสงค์ขายทอดตลาดอย่างปลอดจำนองเหมือนอันดับแรกแล้วก็ไม่อาจนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่ผู้รับจำนองเรียงตามลำดับได้ และเมื่อพิจารณาถึงมาตรา ๗๔๔ (๕) ที่ให้การจำนองระงับสิ้นไปเพื่อขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลแล้ว ทำให้เห็นได้ชัดว่า เมื่อผู้รับจำนองรายแรกขอให้ขายทอดตลาดอย่างปลอดจำนองแล้ว ก็เป็นการปลอดจำนองไปตลอดถึงรายหลัง ๆ ด้วย ผู้ร้องทั้งสองจึงไม่มีสิทธิให้ขายทอดตลาดโดยติดการจำนองของตนแย้งกับโจทก์ผู้รับจำนองรายแรก ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711/2530
บริษัทธนาคารเอเชีย จำกัด โจทก์
นายมานะ สุริยะภูมิ กับพวก ผู้ร้อง
บริษัทยิ่งยงการทอ จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทธนาคารเอเชีย จำกัด · ผู้ร้อง - นายมานะ สุริยะภูมิ กับพวก · จำเลย - บริษัทยิ่งยงการทอ จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมบัติ เดียวอิศเรศ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา