⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1835/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งสำเนาอุทธรณ์โดยปิดหมาย ณ ภูมิลำเนา จะถือว่าเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อได้พยายามส่งโดยวิธีอื่นแล้วแต่ไม่สำเร็จ และมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่รับเอกสารนั้น.

ย่อคำพิพากษา

พนักงานเดินหมายนำสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ไปส่งให้แก่จำเลย 2 ครั้ง ณ ภูมิลำเนาตามฟ้อง แต่ไม่พบจำเลย พบแต่ประตูบ้านปิดใส่กุญแจ และสอบถามผู้ที่อยู่บ้านข้างเคียง ไม่มีใครทราบว่าจำเลยไปไหน ครั้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พนักงานเดินหมายนำหมายนัดไปส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาเดิมโดยในครั้งที่สองได้ปิดหมายไว้ จำเลยไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามกำหนดนัด เช่นนี้ แสดงว่าการที่พนักงานเดินหมายไม่พบจำเลยอาจเป็นเพราะจำเลยไม่อยู่บ้านหรือออกไปทำงานในตอนเช้าและกลับบ้านในตอนเย็นดังจำเลยกล่าวอ้างก็ได้ ถือไม่ได้ว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลยไม่ได้นั้นเป็นเพราะหาตัวจำเลยไม่พบ หรือหลบหนีหรือจงใจไม่รับสำเนาอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 201 การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.200 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.201

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์ซึ่งเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นรถแข่งไปตามถนนโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทรัพย์สินเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ และ ๑๕๗ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ และ ๑๕๗ ลงโทษจำคุก ๒ ปีและปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด ๓ ปี โจทก์อุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาเบื้องต้นตามฎีกาของจำเลยว่า ในการส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลยนั้น พนักงานเดินหมายได้นำสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ไปส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลย ซึ่งตรงตามภูมิลำเนาของจำเลยในคำฟ้องรวม ๒ ครั้ง และปรากฏจากรายงานการเดินหมายทั้งสองครั้งว่า ไม่พบจำเลย พบประตูปิดใส่กุญแจ สอบถามผู้ที่อยู่บ้านข้างเคียง ไม่มีใครทราบว่าจำเลยไปไหน แต่เมื่อพนักงานเดินหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปส่งให้แก่จำเลยในครั้งแรก ก็ไม่พบจำเลยเช่นเดียวกัน ในการส่งหมายนัดครั้งที่ ๒ พนักงานเดินหมายส่งหมายนัดได้โดยการปิดหมายไว้ที่ภูมิลำเนาของจำเลย จำเลยมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามกำหนดนัด จึงแสดงว่าการที่พนักงานเดินหมายไม่พบจำเลยนั้นอาจเป็นเพราะจำเลยไม่อยู่บ้านหรือออกไปทำงานในตอนเช้าและกลับบ้านในตอนเย็นดังที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกาก็ได้ จึงถือไม่ได้ว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลยไม่ได้นั้นเป็นเพราะหาตัวจำเลยไม่พบ หรือหลบหนี หรือจงใจไม่รับสำเนาอุทธรณ์ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๑ ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีโดยมิได้มีการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยเพื่อแก้นั้น จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๐ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการในเรื่องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยแล้วส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2530 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายเสกสรร วงศ์ชัชชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - นายเสกสรร วงศ์ชัชชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายหัสดี ไกรทองสุก · ศาลอุทธรณ์ - นายนิธิ ไขแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2480ฎีกา 124/2484ฎีกา 553/2489ฎีกา 7008/2541ฎีกา 5868/2557ฎีกา 739/2502ฎีกา 3993/2529ฎีกา 2591/2540ฎีกา 8125/2541ฎีกา 1737/2538ฎีกา 2081-2082/2497ฎีกา 1408/2516ฎีกา 690/2481ฎีกา 1317/2482ฎีกา 1440/2498ฎีกา 1927/2537ฎีกา 7705/2553ฎีกา 1096/2482ฎีกา 799/2500ฎีกา 13547/2555ฎีกา 1040/2493ฎีกา 779/2480ฎีกา 226/2567ฎีกา 835/2483
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา