⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1936/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้อง ถือเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่โจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ได้.

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องมีผลเป็นการสั่งไม่รับคำคู่ความ แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในระหว่างพิจารณา โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 1 เดือน นับแต่วันมีคำสั่ง โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์โจทก์โดยให้เหตุผลว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ เมื่อโจทก์ฎีกาและศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงในสำนวนพอแก่การวินิจฉัยศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวไปเสียทีเดียวว่าจะอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องได้หรือไม่ โจทก์ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกว่า จำเลยนำที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 97 เนื้อที่ 29 ไร่ ตามบัญชีทรัพย์อันดับ 23 ของเจ้ามรดกไปออกเป็น น.ส.3 ก. เลขที่ 603 เป็นของจำเลยเป็นส่วนตัว และขอแก้ไขคำฟ้องจากที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 97 ฯ เป็นที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 55 หมู่ที่ 6 เนื้อที่ 36 ไร่ ตามบัญชีทรัพย์อันดับ 3 ซึ่งเป็นของ ก. เป็นการขอแก้เป็นที่ดินต่างแปลงกันและเป็นที่ดินของบุคคลอื่นจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขอให้เจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินของนายสวัสดิ์ ปรุงเสริม เจ้ามรดกตาม น.ส.๓ เลขที่ ๙๗ เนื้อที่ ๒๙ ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองปลาไหล อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ตามบัญชีทรัพย์อันดับที่ ๒๓ ในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๑/๒๕๑๖ ของศาลชั้นต้นไปเป็นของจำเลยเป็นส่วนตัว โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์และนางแสวง ปรุงเสริม ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก เจ้าหน้าที่ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จำเลยแล้วตาม น.ส.๓ ก. เลขที่ ๖๐๓ ตำบลหนองปลาไหล อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ขอให้เพิกถอน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๖๐๓ จำเลยให้การว่าที่ดินตาม น.ส.๓ ก. เลขที่ ๖๐๓ ไม่ใช่ที่ดินตามบัญชีทรัพย์อันดับที่ ๒๓ เจ้ามรดกยกที่ดินแปลงนี้ให้จำเลยก่อนถึงแก่กรรมจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของมากว่า ๑๐ ปี ภายหลังศาลชั้นต้นชี้สองสถาน โจทก์ขอแก้คำฟ้องจากข้อความว่า'ที่ดิน น.ส.๓ เลขที่ ๙๗ เนื้อที่ ๒๙ ไร่ ตามบัญชีทรัพย์อันดับที่ ๒๓' เป็น 'ที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๕๕ หมู่ที่ ๖ เนื้อที่ ๓๖ ไร่ ตามบัญชีทรัพย์อันดับที่ ๓ ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นของนางกิมลี้ เรือนนาค' ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเป็นที่ดินคนละแปลงกับฟ้องเดิมจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ไม่อนุญาตให้แก้ไข โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ พิพากษายกอุทธรณ์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเป็นคำฟ้องและคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑ (๓) (๕) คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องมีผลเป็นการสั่งไม่รับคำคู่ความตามมาตรา ๑๗๒ วรรคท้ายและมาตรา ๑๘ แม้ศาลจะได้มีคำสั่งในระหว่างพิจารณา โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ในกำหนด ๑ เดือนนับแต่วันมีคำสั่งตามมาตรา ๒๒๘ เมื่อโจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวในกำหนดศาลอุทธรณ์ต้องพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ว่าสมควรอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องได้หรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาอาจย้อนสำนวนไปให้วินิจฉัยก็ได้ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงในท้องสำนวนพอแก่การวินิจฉัยแล้วศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวเสียทีเดียวตามมาตรา ๒๔๓, ๒๔๗ เดิมโจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำเอาที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.๓ เลขที่ ๙๗ เนื้อที่ ๒๙ ไร่ ตามบัญชีทรัพย์อันดับที่๒๓ ของสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๑/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดพิจิตร ไปออก น.ส.๓ เป็นของจำเลย ตาม น.ส.๓ ก. เลขที่ ๖๐๓ จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นคนละแปลงกับที่ดินกองมรดกของนายสวัสดิ์ ปรุงเสริม แต่เป็นของจำเลยที่นายสวัสดิ์เจ้ามรดกยกให้จำเลยก่อนที่จะถึงแก่กรรมมานานเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว ในชั้นชี้สองสถานคดีมีประเด็นข้อพิพาทข้อหนึ่งว่า ที่ดิน น.ส.๓ ก.เลขที่ ๖๐๓ ที่จำเลยนำไปออก น.ส.๓ ก. นั้นเป็นทรัพย์ในกองมรดกหรือไม่ การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องเกี่ยวกับที่พิพาทที่จำเลยนำไปออก น.ส.๓ ก. จากที่ดิน น.ส.๓ เลขที่ ๙๗เนื้อที่ ๒๙ ไร่ ตามบัญชีทรัพย์อันดับ ๒๓ เป็นที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๕๕ หมู่ที่ ๖ เนื้อที่ ๓๖ ไร่ ตามบัญชีทรัพย์อันดับ ๓ ซึ่งที่ดินดังกล่าวเป็นของนางกิมลี้ เรือนนาค นั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นที่ดินต่างแปลงกัน และเป็นที่ดินของบุคคลอื่นจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมทั้งโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องนี้หลังวันชี้สองสถาน และคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงจะอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องมิได้ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1936/2530 นางกวา ปรุงเสริม โจทก์ นางสาววัฒนา ปรุงเสริม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกวา ปรุงเสริม · จำเลย - นางสาววัฒนา ปรุงเสริม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายทรงศิลป์ ธรรมรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1679/2540ฎีกา 685/2550ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7903/2568ฎีกา 5640/2540ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 469/2531ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 3474/2538ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1145/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา