⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3039/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3039/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 196 มีผลบังคับเฉพาะการควบคุมตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนเท่านั้น ไม่กระทบอำนาจศาลในการคุมขังจำเลยในชั้นพิจารณา.

ย่อคำพิพากษา

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 196 ซึ่งได้ยกเลิกและบัญญัติความใหม่เกี่ยวกับการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ในมาตรา 5 (1) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ฯ นั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอำนาจการควบคุมผู้ต้องหาที่ได้กระทำความผิดดังกล่าวในชั้นสอบสวนเท่านั้น ไม่รวมถึงอำนาจคุมขังจำเลยในชั้นพิจารณาของศาล ซึ่งคงเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 196 ข้อ 2 ที่บัญญัติให้พนักงานสอบสวนหรือศาลดำเนินการปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยตามความในมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ฯนั้น เป็นบทบัญญัติที่ใช้เฉพาะผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ถูกควบคุมหรือต้องขังอยู่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวในวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 196 มีผลใช้บังคับเท่านั้น หาใช่เป็นการตัดอำนาจศาลในการคุมขังจำเลยในระหว่างพิจารณาภายหลังวันดังกล่าวไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นอนุญาตตีราคาค่าประกัน ๔๐,๐๐๐ บาท วันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยขอถอนคำให้การเดิมขอให้การใหม่รับสารภาพตามฟ้อง ศาลเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาไปถึงวันนัดฟังคำพิพากษาจำเลยไม่มาศาลชั้นต้นจึงสั่งปรับผู้ประกัน ๔๐,๐๐๐ บาท ตามสัญญา และให้ออกหมายจับจำเลยผู้ประกันขอเลื่อนการชำระค่าปรับออกไป ศาลชั้นต้นขยายระยะเวลาชำระค่าปรับให้ ๑ เดือน ถึงกำหนดผู้ประกันขอให้ลดหย่อนค่าปรับลง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุลดหย่อนค่าปรับ ให้เจ้าพนักงานอัยการดำเนินการบังคับคดีต่อไป ผู้ประกันอุทธรณ์ว่าเงินที่ระบุในเช็คที่โจทก์ฟ้องมีจำนวนเพียง ๒๐,๐๐๐ บาท ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙๖ ที่ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ฯ และใช้ความใหม่แทนข้อ ๒ ศาลจะคุมขังจำเลยไว้ได้ก็เท่าเวลาที่จะถามคำให้การและที่จะรู้ว่าเป็นใครและที่อยู่ของเขาอยู่ที่ไหนเท่านั้น แล้วต้องปล่อยตัวจำเลยไป สัญญาประกันจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น หรือขอให้ลดหย่อนค่าปรับลง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ปรับผู้ประกัน ๒๐,๐๐๐ บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ประกันฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙๖ ที่ได้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ฯ และบัญญัติความใหม่เกี่ยวกับการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ไว้ในมาตรา ๕ (๑) บทบัญญัติดังกล่าวต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอำนาจการควบคุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วย ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ ในชั้นสอบสวนเท่านั้น ไม่ได้กล่าวอ้างถึงอำนาจคุมขังจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลแต่อย่างใด อำนาจการคุมขังจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลจึงไม่ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง คงเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๙๖ ข้อ ๒ บัญญัติว่า ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยถูกควบคุมหรือต้องขังในชั้นสอบสวนหรือในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นอยู่ในวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ ถ้าจำนวนเงินที่ระบุในเช็คในคดีนั้นแต่ละฉบับหรือหลายฉบับรวมกันไม่เกินห้าหมื่นบาท ให้พนักงานสอบสวนหรือศาลดำเนินการปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้โดยมิชักช้านั้นเป็นเพียงบทบัญญัติที่ใช้เฉพาะผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ถูกควบคุมหรือต้องขังอยู่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.๒๔๙๗ เดิมในวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับเท่านั้น หาใช่เป็นการตัดอำนาจศาลในการคุมขังจำเลยในระหว่างพิจารณาภายหลังวันดังกล่าวไม่ เพราะถ้าคณะปฏิวัติมีความประสงค์เช่นนั้น ก็คงแก้ไขให้ปรากฏข้อความดังกล่าวในพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ แล้ว ดังนั้น ศาลจึงมีอำนาจคุมขังจำเลยคดีนี้และสั่งปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันได้สัญญาประกันตัวจำเลยรายนี้จึงชอบด้วยกฎหมาย และเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะลดค่าปรับให้แก่ผู้ประกันอีก พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3039/2530 นายกวงซิง แซ่โล่ โจทก์ นายชนะ อินทรานนท์ นายประกัน นางสุมิตรา สุวรรณพินธุ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกวงซิง แซ่โล่ · นายประกัน - นายชนะ อินทรานนท์ · จำเลย - นางสุมิตรา สุวรรณพินธุ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพร่ - นายธวัช สุทธิสมบูรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1368/2505ฎีกา 2843/2532ฎีกา 549/2502ฎีกา 612/2526ฎีกา 5704/2533ฎีกา 494/2535ฎีกา 186/2503ฎีกา 1201/2511ฎีกา 4161/2535ฎีกา 4707/2534ฎีกา 476/2508ฎีกา 1887-1890/2515ฎีกา 2619/2522ฎีกา 2166/2538ฎีกา 1096/2507ฎีกา 896/2539ฎีกา 2295/2517ฎีกา 3788/2529ฎีกา 3489/2531ฎีกา 1093/2515ฎีกา 3414/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา