⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5859/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5859/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อคู่ความฝ่ายหนึ่งอ้างว่ามีเอกสารเป็นหลักฐาน แต่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งปฏิเสธว่าไม่มีเอกสารนั้น หรืออ้างว่าเอกสารนั้นอยู่ที่ตน แต่ไม่นำมาแสดง คู่ความฝ่ายแรกย่อมนำพยานบุคคลเข้าสืบได้ 2. สัญญาเช่าที่ระบุให้เช่าแก่ผู้เช่าหลายคน สิทธิการเช่าของผู้เช่าคนใดคนหนึ่งย่อมระงับไปเฉพาะตัวของผู้เช่านั้น หากผู้เช่าคนอื่นยังคงมีชีวิตอยู่ สัญญาเช่าก็ยังคงมีผลต่อไปสำหรับผู้เช่าที่เหลืออยู่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำสัญญาเช่าห้องพิพาทจากจำเลยเป็นหนังสือและสัญญาเช่าอยู่ที่จำเลย จำเลยให้การว่าไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ สัญญาเช่าไม่มีอยู่ที่จำเลย เช่นนี้ โจทก์นำพยานบุคคลเข้าสืบว่ามีสัญญาเช่าเป็นหนังสือจริงดังที่โจทก์กล่าวอ้างได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 (2) ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 94 แม้สัญญาเช่าจะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่าก็ตาม แต่เมื่อทั้งโจทก์และ ว. ต่างเป็นผู้เช่าห้องพิพาทจากจำเลย การตายของว.จึงเป็นเหตุให้สิทธิการเช่าระงับไปเฉพาะตัวของ ว. แต่ผู้เดียว หาทำให้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยระงับไปด้วยไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาเช่าอาคารของจำเลยให้แก่โจทก์และนายวินัย พี่โจทก์ มีกำหนด ๑๐ ปี คิดค่าเช่าเป็นรายปี โดยให้โจทก์กับนายวิชัยก่อสร้างต่อเติมอาคาร ให้โจทก์กับนายวิชัยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยตกลงกันว่าเมื่อครบ ๑๐ ปีแล้วโจทก์กับนายวิชัยยินยอมยกสิ่งก่อสร้างให้เป็นสิทธิแก่จำเลย ข้อตกลงนี้ทำเป็นหนังสืออยู่ในความครอบครองของจำเลย โจทก์ นายวิชัยและจำเลยทั้งสองไปยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนเช่าต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ทางเจ้าพนักงานที่ดินได้ประกาศเรื่องการจดทะเบียนเช่าดังกล่าว โจทก์กับนายวิชัยได้ชำระค่าเช่าล่วงหน้าเป็นเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง ต่อมานายวิชัยตาย จำเลยนำอาคารดังกล่าวไปให้บุคคลอื่นเช่า โจทก์ได้รับความเสียหายที่ได้ก่อสร้างต่อเติมอาคารไปแล้วเป็นเงิน ๕๖,๖๔๐ บาท หากโจทก์ได้ประกอบกิจการค้าจะได้เงินสุทธิซึ่งขอคิดเป็นเงิน ๕๓๐,๐๐๐ บาท ขอพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนการเช่าอาคารให้โจทก์มีกำหนด ๑๐ ปี หากไม่สามารถไปจดทะเบียนการเช่าได้ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินค่าเช่า เงินค่าก่อสร้างและชดใช้ค่าเสียหาย รวมเป็นเงิน ๖๖๖,๖๔๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การฟ้องแย้งว่า จำเลยตรวจดูแล้วไม่พบสัญญาเช่าที่โจทก์อ้าง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จำเลยทั้งสองไม่เคยได้รับเงินมัดจำค่าเช่าจากโจทก์ ที่ว่าโจทก์ลงทุนก่อสร้างไปเป็นเงิน ๕๖,๖๔๐ บาท ไม่เป็นความจริง โจทก์ได้ทำละเมิดต่อจำเลยทั้งสอง ทำให้ทรัพย์สินของจำเลยเสียหาย ๒๐๐,๒๘๖ บาท จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งให้โจทก์ชดใช้แก่จำเลยและให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ได้ทำละเมิดต่อจำเลย โจทก์ทำการก่อสร้างต่อเติมอาคารโดยจำเลยทั้งสองตกลงยินยอม จะเสียหายไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๑๘๓,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ ยกฟ้องแย้ง โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่า จำเลยทั้งสองตกลงให้โจทก์และนายวิชัยเช่าห้องพิพาทของจำเลยทั้งสอง แล้วพากันไปยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนการเช่าห้องพิพาทมีกำหนด ๑๐ ปี ทางอำเภอได้ประกาศแล้ว ต่อมาจำเลยที่ ๑ ไปขอยกเลิกการเช่าดังกล่าว และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าโจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่ากันเป็นหนังสือและสัญญาเช่าอยู่ที่จำเลย จำเลยให้การต่อสู้ว่า ไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ สัญญาเช่าไม่มีอยู่ที่จำเลย เช่นนี้ โจทก์นำพยานบุคคลเข้าสืบว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่ากันเป็นหนังสือตามคำฟ้องได้ เพราะเป็นการนำสืบพยานบุคคลเพื่อให้เห็นว่ามีสัญญาเช่าเป็นหนังสือจริงดังที่โจทก์กล่างอ้าง จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ แต่กรณีต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๓ (๒) และการนำสืบในข้อนี้ฟังได้ว่า การเช่าห้องพิพาทโจทก์กับนายวิชัยและจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือกันไว้ด้วย ดังนั้น จึงเป็นการเช่าที่มีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๘ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง โจทก์และนายวิชัยต่างเป็นผู้เช่าห้องพิพาทจากจำเลยทั้งสอง แม้สัญญาเช่าจะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า เมื่อนายวิชัยตายสิทธิการเช่าย่อมระงับไปเฉพาะตัวนายวิชัยแต่ผู้เดียว สัญญาเช่าระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองหาได้ระงับไปด้วยไม่ และฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ชำระค่าเช่าล่วงหน้าจำนวน ๘๐,๐๐๐ บาทให้จำเลยจริง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5859/2530 นายเกรียงศักดิ์ สมบูรณ์เทอดธนา โจทก์ นายสุทธิชัย ไชยศิริธัญญา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเกรียงศักดิ์ สมบูรณ์เทอดธนา · จำเลย - นายสุทธิชัย ไชยศิริธัญญา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายประยูร ณ ระนอง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1452/2511ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6239/2551ฎีกา 149/2526ฎีกา 6801/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3649/2525ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 247/2529ฎีกา 1593/2524ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 484/2486ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1166/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา