⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1933/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1933/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์คำให้การและรายงานกระบวนพิจารณาก่อนกรอกข้อความ และศาลได้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว หากข้อความที่กรอกตรงกับคำให้การของจำเลยที่ศาลสอบถาม กระบวนพิจารณาไม่ขัดต่อกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาสอบถามคำให้การจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง และพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาอ้างว่าผิดระเบียบ เพราะจำเลยมิได้ให้การรับสารภาพ ก็เพื่อให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ จึงเป็นการอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา ต้องใช้แบบพิมพ์อุทธรณ์ จำเลยลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์คำให้การและในรายงานกระบวนพิจารณาก่อนที่จะกรอกข้อความเกี่ยวกับเรื่องจำเลยรับสารภาพหรือปฏิเสธ เมื่อศาลออกนั่งพิจารณาได้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว ถ้าข้อความที่กรอกไว้ตรงกับคำให้การของจำเลยที่ศาลสอบถาม กระบวนพิจารณาก็ไม่ขัดต่อ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 172 วรรคสอง.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.198 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี จำเลยยื่นคำร้องว่า เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นเจ้าหน้าที่ศาลแผนกรับฟ้องได้สอบถามคำให้การจำเลย จำเลยบอกว่าให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่ศาลแผนกรับฟ้องจึงนำแบบพิมพ์คำให้การปฏิเสธมาให้จำเลยลงลายมือชื่อเพื่อเสนอต่อศาล ด้วยความหลงผิด ประมาทเลินเล่อ และขาดความรอบคอบของเจ้าหน้าที่ศาลแผนกหน้าบัลลังก์ ซึ่งแจ้งต่อศาลว่าจำเลยให้การรับสารภาพ เมื่อศาลสอบถามคำให้การจำเลยจำเลยฟังคำถามไม่ชัด ทำให้เข้าใจผิดไปว่าศาลสอบถามแต่เพียงว่าจำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2484/2528 ของศาลชั้นต้นหรือไม่เท่านั้น ไม่มีเจตนารับสารภาพตามฟ้อง ขอให้ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 1 ตุลาคม 2529 ว่า รับเป็นอุทธรณ์จำเลย สำเนาให้โจทก์ ต่อมาวันที่ 2 ตุลาคม 2529 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ว่า จำเลยไม่ใช้แบบพิมพ์อุทธรณ์ เห็นควรให้จำเลยทำมาเสียให้ถูกต้อง เพิกถอนคำสั่งเดิมเป็นว่าให้ยกคำร้อง หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ ขยายระยะเวลาอุทธรณ์เป็นว่าให้อุทธรณ์ได้ภายใน 15 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...เมื่อศาลออกนั่งพิจารณาสอบถามคำให้การจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 วรรคสอง แล้ว ก็ได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าว โดยอ้างว่าผิดระเบียบ เพราะจำเลยมิได้ให้การรับสารภาพ ก็เพื่อให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วพิจารณาพิพากษาใหม่นั่นเอง เป็นการอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องดังกล่าวโดยให้จำเลยทำเป็นฟ้องอุทธรณ์มายื่นใหม่ เป็นคำสั่งที่ชอบ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ฎีกาข้อ3 ข. มีใจความว่า จำเลยมีเจตนาให้การปฏิเสธจึงลงลายมือชื่อไว้ในแบบพิมพ์คำให้การจำเลยที่ศาลใช้สำหรับในกรณีที่จำเลยให้การปฏิเสธ และในรายงานกระบวนพิจารณาซึ่งรวมอยู่ในแผ่นเดียวกันโดยยังมิได้กรอกข้อความใดๆ ไว้เลย ถือว่าจำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในคำให้การและในรายงานกระบวนพิจารณา จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการพิจารณาและพิพากษา ข้อความที่ว่าจำเลยขอให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการไม่ตรงตามเจตนาของจำเลยศาลจะต้องไต่สวนเสียก่อนว่าความจริงเป็นอย่างไร ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 วรรคสอง ศาลจะต้องอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้างคำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การก็ให้ศาลจดรายงานไว้ และดำเนินการพิจารณาต่อไปศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์คำให้การจำเลยและในรายงานกระบวนพิจารณาก่อนที่จะกรอกข้อความเกี่ยวกับเรื่องจำเลยรับสารภาพหรือปฏิเสธ แต่เมื่อศาลออกนั่งพิจารณาได้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้วถ้าข้อความที่กรอกไว้ตรงกับคำให้การของจำเลยที่ศาลได้สอบถามแล้ว กระบวนพิจารณาก็ไม่ขัดต่อบทมาตราดังกล่าว ในปัญหาว่าศาลชั้นต้นได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 วรรคสอง หรือไม่ และจำเลยให้การรับสารภาพหรือไม่นั้น แม้การไต่สวนข้อเท็จจริงในประเด็นที่ว่าจำเลยให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ จำเลยจะอ้างอิงพยานมาเบิกความหลายปาก แต่พยานที่สำคัญในการไต่สวนหาข้อเท็จจริงดังกล่าว คือ นางสาววงเดือนเจ้าหน้าที่ศาลที่ทำหน้าที่เสมียนหน้าบัลลังก์ในขณะที่ศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาสอบถามคำให้การจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 วรรคสอง พยานปากนี้เบิกความว่า เมื่อศาลออกนั่งพิจารณา ผู้พิพากษาได้อ่านข้อหาว่าฉ้อโกงประชาชนรับใช่ไหม และถามว่านายสินทใช่ไหมเขาฟ้องว่าฉ้อโกงประชาชนรับใช่ไหม จำเลยตอบว่า 'ครับครับ' จากนั้นศาลได้อ่านข้อความในเรื่องเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2484/2528 ของศาลนี้ให้จำเลยฟัง จำเลยตอบว่า'ครับ' ศาลสอบถามเป็นสองช่วง ช่วงแรกรับสารภาพ และช่วงหลังเป็นบุคคลคนเดียวกันกับคดีอื่น และทั้งสองช่วงจำเลยตอบว่า 'ครับ'หลังจากจำเลยรับคำว่า 'ครับ' 2 ครั้งแล้ว ศาลได้ตัดสินคดีเลยเมื่อเสร็จการพิจารณาแล้ว นางสาววงเดือนนำสำนวนไปให้จำเลยลงลายมือชื่อ (เข้าใจว่าลายมือชื่อในปกสำนวน) จำเลยไม่ยอมลงลายมือชื่อ อ้างว่าให้การปฏิเสธ นางสาววงเดือนเข้าไปแจ้งให้ผู้พิพากษาทราบ ผู้พิพากษาบอกว่าตอนสอบคำให้การจำเลยรับ ถ้าจำเลยให้การปฏิเสธก็ให้อุทธรณ์เอา ตามคำเบิกความนางสาววงเดือนดังกล่าวฟังได้ว่า จำเลยได้ให้การรับสารภาพต่อศาลตรงตามใจความที่เขียนกรอกไว้ในคำให้การ เพราะถ้าจำเลยให้การปฏิเสธเมื่อศาลถามว่า รับใช่ไหมซึ่งเป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่าหมายถึงรับสารภาพจำเลยไม่น่าจะตอบว่า 'ครับ' นอกจากนี้ข้อเท็จจริงตามคำเบิกความนางสาววงเดือนดังกล่าวยังถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172วรรคสอง แล้ว การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นหาได้ผิดพลาดหรือไม่ชอบแต่ประการใดไม่ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1933/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด สระบุรี โจทก์ นาย สนิท เทียม ลม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สระบุรี · จำเลย - นาย สนิท เทียม ลม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2186/2550ฎีกา 3589/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 280/2505ฎีกา 8108/2542ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 15230/2555ฎีกา 674/2549ฎีกา 5285/2537ฎีกา 1211/2481ฎีกา 262/2530ฎีกา 5187/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ