⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3224/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3224/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบพยานบุคคลเพื่อหักล้างพยานเอกสารไม่เป็นข้อห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 มิได้ห้ามนำสืบพยานบุคคลหักล้างพยานเอกสาร การที่ศาลให้นำสืบพยานบุคคลและรับฟังพยานบุคคลนั้น จึงไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยจำเลยที่ 2ในฐานะส่วนตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการควบคุมดูแลสถานบริการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 จำเลยที่ 3 นายอำเภอเมือง โดยจำเลยที่ 4 ในฐานะส่วนตัวเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบสถานบริการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2526 จำเลยที่ 5 ได้ยื่นคำขอมีใบอนุญาตและขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือใบอนุญาตสถานบริการ เอ็ม.เอ็ม.อาบ อบ นวด จากชื่อโจทก์เป็นชื่อจำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4ได้ร่วมกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อโจทก์ผู้ได้รับอนุญาต ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2520 เป็นชื่อจำเลยที่ 5 โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ไม่มีอำนาจที่จะทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารดังกล่าว ซึ่งเป็นเอกสารทางราชการโดยจำเลยทั้งห้าประสงค์ให้ประชาชนหลงเชื่อว่า จำเลยที่ 5 เป็นผู้ได้รับใบอนุญาต และเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2526 โจทก์ได้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการต่อจำเลยที่ 3 ที่ 4 แต่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันปกปิด ซ่อนเร้นคำขอต่อใบอนุญาตของโจทก์ต่อมาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2527 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ได้ร่วมกันออกใบอนุญาตต่ออายุให้ตั้งสถานบริการแก่จำเลยที่ 5 ทั้งนี้โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้เข้าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการสถานบริการดังกล่าวขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 152, 157,158, 161, 162, 264, 265, 268, 83, 86, 91 ให้ริบใบอนุญาตที่จำเลยทั้งห้ากระทำปลอมขึ้นในปี พ.ศ. 2526, 2527 เลขที่ 95/2526และเลขที่ 2/2527 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 จำเลยที่ 3 ที่ 4 เฉพาะความผิดตาม มาตรา 157 ความผิดนอกนั้นไม่ประทับฟ้องจำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาในชั้นนี้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามาได้แก่ ฎีกาข้อ 2.1 วรรคสุดท้ายซึ่งโจทก์ฎีกาว่า ตามหนังสือบริคณห์สนธิ บริษัทสุรินทรา จำกัดไม่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการอาบ อบ นวด และคำขออนุญาตตั้งสถานบริการของทางราชการ (ส.บ.1) กับหนังสือยินยอมของบริษัทสุรินทรา จำกัด แสดงชัดแจ้งว่าโจทก์เป็นผู้ขออนุญาตตั้งสถานอาบ อบ นวดเอ็ม.เอ็ม. ในนามส่วนตัว การที่จำเลยนำพยานบุคคลเข้าสืบว่า โจทก์ขออนุญาตตั้งสถานบริการและได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสถานบริการอาบ อบ นวดเอ็ม.เอ็ม. เป็นการขออนุญาตและได้รับอนุญาตในนามของบริษัทสุรินทรา จำกัดและศาลอุทธรณ์ฟังตามพยานบุคคลดังกล่าว จึงเป็นการนำพยานบุคคลเข้าสืบและรับฟังพยานบุคคลหักล้างพยานเอกสาร ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 เป็นการไม่ชอบนั้นศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226มิได้ห้ามนำสืบพยานบุคคลหักล้างพยานเอกสารดังที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด การที่ศาลให้นำสืบ และรับฟังพยานบุคคลดังกล่าว จึงไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3224/2531 นาย สม โภชน์ ผดุง กิจ โจทก์ ผู้ว่าราชการจังหวัด สุรินทร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สม โภชน์ ผดุง กิจ · จำเลย - ผู้ว่าราชการจังหวัด สุรินทร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4499/2531ฎีกา 286/2536ฎีกา 3219/2516ฎีกา 880/2502ฎีกา 1640/2526ฎีกา 729/2489ฎีกา 949/2530ฎีกา 4979/2541ฎีกา 3012-3013/2543ฎีกา 1496/2543ฎีกา 899/2487ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1120/2521ฎีกา 2414/2515ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1404/2512ฎีกา 6759/2540ฎีกา 7847/2544ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4519/2544ฎีกา 186/2514ฎีกา 915/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา