⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3597/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3597/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะเคยมีความสัมพันธ์กับบุตรของผู้ครอบครอง ก็ถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์อันเป็นความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยลักลอบเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหายโดยมิได้มีการนัดหมายกับนางสาว ส. บุตรผู้เสียหาย แม้จำเลยจะเคยได้เสียกับนางสาว ส. มาก่อน แต่ก็ได้เลิกติดต่อกันมา 2 เดือนก่อนเกิดเหตุ ดังนี้การที่จำเลยถอดม่านมุ้งลวดแล้วปีนเข้าไปในห้องนอนของนางสาว ส. กับรื้อค้นสิ่งของภายในห้องนั้น ถือได้ว่าจำเลยได้เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายแล้ว กรณีมิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยเข้าไปโดยถือวิสาสะ จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๓๓๕ (๑) (๓) (๔) (๘) , ๓๖๒, ๓๖๕ (๓) จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๓) จำคุก ๑ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๘ เดืนอ ความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ( ที่ถูกน่าจะเป็นแก้ ) ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๗ เวลาประมาณ ๒๑ นาฬิกา จำเลยได้เข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของนายสุวิทย์ ผู้เสียหาย และจำเลยได้งัดมุ้งลวดเหนือประตูห้องของนางสาวสุรางค์รัตน์ แล้วปีนเข้าไปในห้องโดยช่องทางนี้ และแม้นางสาวสุรางค์รัตน์จะเคยได้เสียกับจำเลยมาก่อนก็ตามแต่ก็มิได้เลิกติดต่อกับจำเลยมาก่อนเกิดเหตุถึง ๒ เดือน และไม่เคยนัดหมายให้จำเลยมาพบกันอีกเลย การที่จำเลยลักลอบเข้าไปในบ้านอันเป็นเคหสถานของผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาตกับถอดบานมุ้งลวดแล้วปีนเข้าไปในห้องนอนของนางสาวสุรางค์รัตน์กับรื้อค้นสิ่งของภายในห้องนั้น ครั้นเมื่อทราบว่ามีผู้รู้เห็นจำเลยได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่บนดาดฟ้าจนเจ้าพนักงานตำรวจกับผู้เสียหายจับจำเลยได้เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหาย อันเป็นเป็นการรบกวนครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายแล้ว กรณีมิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยเข้าไปโดยถือวิสาสะ จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๓) พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๓) จำคุก ๑ ปี และปรับ ๓,๐๐๐ บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก ๘ เดือนและปรับ ๒,๐๐๐ บาท รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3597/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสุรัญ ชัยชนะ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสุรัญ ชัยชนะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายชัชวาล บุญนาค · ศาลอุทธรณ์ - นายอุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6630/2556ฎีกา 624/2524ฎีกา 1310/2513ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 363/2518ฎีกา 15717/2553ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3664-3665/2534ฎีกา 3081/2524ฎีกา 1811/2530ฎีกา 4069/2536ฎีกา 290/2543ฎีกา 5471/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 1898/2505ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5543/2534ฎีกา 18654/2555ฎีกา 214/2524ฎีกา 1699/2529ฎีกา 1936/2522ฎีกา 435/2535ฎีกา 489/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา