⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1492-1494/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492-1494/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ จะต้องเป็นการใช้ยานพาหนะในลักษณะที่ช่วยให้การกระทำผิดสำเร็จหรือหลบหนีได้โดยตรง ไม่ใช่เพียงการนำยานพาหนะไปจอดไว้ในบริเวณใกล้เคียงแล้วกลับไปใช้ภายหลังการกระทำผิดเสร็จสิ้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกไปลักทรัพย์ของผู้เสียหาย โดยเพียงแต่นำรถจักรยานยนต์ไปจอดห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อลักทรัพย์เสร็จได้กลับไปที่รถจักรยานยนต์แบ่งทรัพย์กันแล้วก็นั่งรถจักรยานยนต์หลบหนีไป กรณียังฟังไม่ได้ว่าเป็นการใช้รถจักรยานยนต์เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสามไป โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดและพาทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) (๓) (๗) (๘), ๓๓๖ ทวิ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสามสำนวน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) (๓) (๗) (๘), ๓๓๖ ทวิ ทั้งสามสำนวน จำคุกสำนวนละ ๓ ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้สำนวนละหนึ่งในสาม คงจำคุกสำนวนละ ๒ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ สำหรับปัญหาที่ว่า การที่จำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสาม จำเลยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดและพาทรัพย์ที่ลักไปหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเพียงว่า จำเลยนำรถจักรยานยนต์ไปจอดอยู่ห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ ๑ กิโลเมตร แล้วจึงไปลักทรัพย์ผู้เสียหายทั้งสาม เมื่อลักทรัพย์ผู้เสียหายเสร็จได้กลับมาที่รถจักรยานยนต์แบ่งทรัพย์กันแล้ว จำเลยกับนายประสงค์ก็ได้นั่งรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จึงยังฟังไม่ได้ว่าการที่จำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสาม จำเลยได้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) (๓) (๗) (๘) วรรคสาม, ๘๓ จำคุกจำเลยสำนวนละ ๒ ปี ลดโทษให้สำนวนละหนึ่งในสาม คงจำคุกสำนวนละ ๑ ปี ๔ เดือน นับโทษจำเลยทั้งสามสำนวนติดต่อกัน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายทั้งสาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492 - 1494/2532 พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นายสุรัตน์ ทวีรัมย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - นายสุรัตน์ ทวีรัมย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียร ยูงทอง · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นางสาวนันทวัน เจริญชาศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญชา สหเกียรติมนตรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 1331/2479ฎีกา 268/2468ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2597/2516ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1957/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 3388/2526ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2845/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 7562/2556ฎีกา 2151/2529ฎีกา 730/2509ฎีกา 5838/2541ฎีกา 490/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา