⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1834/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีละเมิดต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น ศาลจะอนุญาตให้ยื่นฟ้องได้ต่อเมื่อโจทก์แสดงให้เห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลนั้นจะสะดวกแก่คู่ความและพยานที่เกี่ยวข้อง.

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องเรียกค่าเสียหายตามมูลละเมิดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (2) ให้เสนอคำฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขต แต่ถ้าโจทก์จะยื่นคำฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น เมื่อโจทก์ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องแสดงให้เห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลนั้น ๆ จะเป็นการสะดวก ศาลจะใช้ดุลพินิจอนุญาตก็ได้ การพิจารณาจะสะดวกหรือไม่นั้นต้องคำนึงถึงคู่ความและพยานที่เกี่ยวข้องด้วย ตามคำฟ้องคดีนี้ จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขับรถยนต์โดยสารจากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงใหม่ชนกับรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ที่จังหวัดนครสวรรค์ พยานที่รู้เห็นส่วนใหญ่น่าจะอยู่ในรถยนต์ทั้งสองคัน ซึ่งไม่มีภูมิลำเนาในเขตศาลจังหวัดนครสวรรค์ การพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ส่วนโจทก์ที่ 1 และจำเลยทั้งสี่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแพ่ง ดังนั้นการฟ้องคดี การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องการต่อสู้คดีและการพิจารณาที่ศาลแพ่งย่อมเป็นการสะดวกแก่คู่ความอื่นทั้งหมดเว้นแต่โจทก์ที่ 2 ผู้เดียว ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ว่า กระทำละเมิด เรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยยื่นคำร้องขออนุญาตฟ้องต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ อ้างว่า การพิจารณาที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์จะเป็นการสะดวกเพราะมีมูลคดีเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์และบรรดาพยานหลักฐานของโจทก์อยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดนครสวรรค์เกือบทั้งหมด ศาลจังหวัดนครสวรรค์มีคำสั่งว่า ยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะอนุญาต ให้ยกคำร้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณีนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔ (๒) ให้เสนอคำฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตแต่ถ้าโจทก์จะยื่นคำฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นเมื่อโจทก์ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องแสดงให้เห็นว่าการพิจารณาคดีในศาลนั้น ๆ จะเป็นการสะดวก ศาลจะใช้ดุลพินิจอนุญาตก็ได้การพิจารณาจะสะดวกหรือไม่นั้น ต้องคำนึงถึงคู่ความและพยานที่เกี่ยวข้องด้วยตามฟ้องคดีนี้จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ขับรถยนต์โดยสารจากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงใหม่ชนกับรถยนต์ของโจทก์ที่ ๒ ที่จังหวัดนครสวรรค์พยานที่รู้เห็นส่วนใหญ่น่าจะอยู่ในรถยนต์ทั้งสองคัน ซึ่งไม่มีภูมิลำเนาในเขตศาลจังหวัดนครสวรรค์ การพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ย่อมไม่สะดวกแก่พยาน นอกจากนี้ในชั้นตรวจรับคำฟ้องก็ปรากฏว่า โจทก์ที่ ๒ แต่ผู้เดียวมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ส่วนโจทก์ที่ ๑ และจำเลยทั้งสี่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแพ่ง ดังนั้น การฟ้องคดี การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง การต่อสู้คดีและการพิจารณาที่ศาลแพ่งย่อมเป็นการสะดวกแก่คู่ความอื่นทั้งหมด เว้นแต่โจทก์ที่ ๒ ผู้เดียว ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์นั้น ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2532 บริษทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด กับพวก โจทก์ นายอร่าม ภู่แก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด กับพวก · จำเลย - นายอร่าม ภู่แก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2334/2517ฎีกา 8818/2551ฎีกา 3240/2533ฎีกา 620/2548ฎีกา 2766/2528ฎีกา 1511/2520ฎีกา 8672/2553ฎีกา 583/2548ฎีกา 7255/2539ฎีกา 841/2549ฎีกา 620/2475ฎีกา 2841/2547ฎีกา 2768/2530ฎีกา 1824/2567ฎีกา 1286/2481ฎีกา 6459/2546ฎีกา 3994/2540ฎีกา 729/2492ฎีกา 1783/2527ฎีกา 1307/2503ฎีกา 572/2549ฎีกา 2591/2526ฎีกา 3413/2524ฎีกา 1353/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา