⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2185/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2185/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ที่ผู้กระทำเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับเจ้าของทรัพย์เพียงคนเดียวเท่านั้น จึงจะเป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง

ย่อคำพิพากษา

ทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักไปเป็นทรัพย์ที่พี่สาวจำเลยและสามีของพี่สาวจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกัน มิใช่ทรัพย์ของพี่สาวจำเลยเพียงผู้เดียว หากจำเลยลักทรัพย์ดังกล่าวไปจริงตามฟ้อง จำเลยก็มิได้กระทำต่อพี่สาวจำเลยแต่เพียงผู้เดียว แต่กระทำต่อสามีของพี่สาวจำเลยซึ่งมิใช่พี่หรือน้องบิดามารดาเดียวกับจำเลยด้วยการกระทำของจำเลยจึงมิใช่ความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.71 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๓,๕๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว ผู้เสียหายและภรรยาผู้เสียหายซึ่งเป็นพี่สาวจำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ทรัพย์ที่จำเลยลักไปนั้นเป็นทรัพย์ระหว่างสามีภริยา บุคคลทั้งสองขอถอนคำร้องทุกข์ โจทก์ไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่า ทรัพย์ที่จำเลยลักไปเป็นทรัพย์ที่นางสุมาลีเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยที่นางสุมาลีเป็นพี่สาวของจำเลย อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๑ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในความผิดอันยอมความได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์เป็นอันระงับไปให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๑ วรรคสองนั้น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในคดีนี้หากพี่หรือน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกระทำต่อกันก็ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ คดีนี้ได้ความว่าทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักไปนั้นเป็นทรัพย์ที่นางสุมาลี ทูลฉลาด พี่สาวจำเลยและนายสมนึก ทูลฉลาด ผู้เสียหายซึ่งเป็นสามีนางสุมาลีเป็นเจ้าของร่วมกัน จึงมิใช่ทรัพย์ของนางสุมาลีแต่เพียงผู้เดียว หากจำเลยลักทรัพย์ดังกล่าวไปจริงตามฟ้อง จำเลยก็มิได้กระทำต่อนางสุมาลีซึ่งเป็นพี่สาวจำเลยแต่เพียงผู้เดียว แต่จำเลยกระทำต่อนายสมนึกผู้เสียหายซึ่งมิใช่พี่หรือน้องร่วมบิดามารดาเดียวกับจำเลยด้วย การกระทำของจำเลยตามฟ้องจึงมิใช่ความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๑ วรรคสอง แม้แต่จำเลยเป็นเจ้าของร่วมกับนายสมนึกผู้เสียหายในทรัพย์ที่ฟ้อง กรณีก็ยังไม่เป็นความผิดอันยอมความได้เช่นเดียวกันคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2185/2532 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นาย ประดิษฐ์ กันทะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · จำเลย - นาย ประดิษฐ์ กันทะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล สระฏัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1656/2512ฎีกา 264/2499ฎีกา 19406/2555ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 1124/2496ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1499/2531ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 1618/2499ฎีกา 2379/2565ฎีกา 490/2542ฎีกา 4541/2550ฎีกา 466/2471
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา