คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2712/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำพระพุทธรูปไปเก็บซ่อนเพื่อป้องกันการโจรกรรม ไม่ทำให้พระพุทธรูปนั้นพ้นจากการเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน.
ทรัพย์สินที่ใช้เป็นพาหนะในการกระทำความผิด แต่ไม่ได้ใช้โดยตรงในการลักทรัพย์ จะไม่ถูกริบ.
ย่อคำพิพากษา
การนำพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่สักการะ บูชาของประชาชนสืบมาแต่เดิมไปเก็บซ่อนไว้เพื่อให้พ้นจากการโจรกรรมหาทำให้พระพุทธรูปนั้นพ้นจากการเป็นพระพุทธรูปที่ประชาชนสักการะ บูชาไม่.
จำเลยเพียงแต่ใช้รถยนต์ของกลางเป็นพาหนะ ไปลักและบรรทุกเอาพระพุทธรูปไปจากวัดที่เกิดเหตุ ไม่ได้ใช้ในการลักพระพุทธรูปดังกล่าวโดยตรง รถยนต์นั้นจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึง ริบได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 335 ทวิ, 336 ทวิ, 357 ของกลางคือพระพุทธรูปคืนผู้เสียหาย ส่วนรถยนต์ให้ริบ
จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ,83 จำคุกคนละ 9 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปีจำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 3 ปีคืนพระพุทธรูปของกลางให้แก่โจทก์ร่วม ส่วนรถยนต์ของกลางคืนเจ้าของ
โจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง (ที่ถูกเป็นมาตรา 335 (7)วรรคแรก) ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 ริบรถยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...สำหรับปัญหาที่ว่า พระพุทธรูปของกลางเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนหรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า พระพุทธรูปของกลางถูกเก็บซุกซ่อนไว้มิดชิดพ้นสายตาประชาชน และมิได้นำออกมาให้ประชาชนสักการะบูชาเป็นเวลานานแล้วจึงมิใช่เป็นพระพุทธรูปอันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนนั้น เห็นว่าการนำพระพุทธรูปของกลางซึ่งเป็นที่สักการะบูชาของประชาชนสืบมาแต่เดิมไปเก็บซ่อนไว้เพื่อให้พ้นจากการโจรกรรม หาทำให้พระพุทธรูปของกลางพ้นจากการเป็นพระพุทธรูปที่ประชาชนสักการะบูชาไม่
ส่วนปัญหาที่ว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ควรริบหรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่ารถยนต์ของกลางเป็นเพียงพาหนะสำหรับใช้ไปมา ไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญในการลักทรัพย์หรือพาเอาทรัพย์ไป จึงริบไม่ได้นั้นเห็นว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพียงแต่ใช้รถยนต์ของกลางเป็นพาหนะไปลักและบรรทุกเอาพระพุทธรูปของกลางไปจากวัดที่เกิดเหตุเท่านั้น ไม่ได้ใช้รถยนต์ของกลางในการลักพระพุทธรูปของกลางโดยตรง จึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด อันจะพึงริบได้..."
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2712/2532
พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ทุ่งสง โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
วัด ทุ่งนา ใหม่ โจทก์
นาย สม พล นา รถ กลับ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ทุ่งสง · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - วัด ทุ่งนา ใหม่ · จำเลย - นาย สม พล นา รถ กลับ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ