⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3674/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3674/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง หากโจทก์นำสืบไม่ครบองค์ประกอบความผิด จะลงโทษจำเลยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในความครอบครอง และพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะได้ความจากคำเบิกความของจำเลยตอบคำถามค้านของโจทก์ว่าจำเลยไม่เคยได้รับอนุญาตจากทางราชการให้มีและพกพาอาวุธปืน ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์นำสืบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวเพราะในการพิจารณาคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดทั้งโจทก์ก็ไม่ได้อาวุธปืนที่จำเลยใช้ขู่ชิงทรัพย์เป็นของกลาง และไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่พิสูจน์ให้เห็นว่าอาวุธปืนดังกล่าวไม่มีหมายเลขทะเบียน จึงลงโทษจำเลยในความผิดทั้งสองฐานนี้ไม่ได้ ส่วนคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานขับรถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ ซึ่งข้อเท็จจริงได้จากคำเบิกความของจำเลยตอบคำถามค้านของโจทก์ว่า จำเลยไม่เคยได้รับใบอนุญาตให้ขับขี่รถจักรยานยนต์ถือไม่ได้ว่าโจทก์นำสืบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้น ลงโทษจำเลยตามฟ้องไม่ได้เช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.232 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.233 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.235 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ม.6 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ม.11 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ม.42 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ม.60 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ม.64 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีอาวุธปืนสั้นไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในความครอบครองและนำติดตัวไปในเมืองตามทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยที่ ๒ นำรถจักรยานยนต์มาใช้โดยยังไม่ได้เสียภาษีประจำปีและไม่ได้รับใบอนุญาตให้ขับรถ ทั้งไม่แสดงแผ่นป้ายทะเบียนรถและเครื่องหมายการเสียภาษี แล้วจำเลยทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำของผู้เสียหาย โดยใช้อาวุธปืนจี้และใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๘๓, ๙๑, ๓๓๙, ๓๔๐ ตรี, ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา๖, ๑๑, ๔๒, ๖๐, ๖๔ และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๓๓๙ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา๓๔๐ ตรี จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ จำเลยที่ ๒มีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖, ๑๑, ๔๒,๖๐, ๖๔ จำเลยที่ ๑ อายุ ๑๗ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุกฐานชิงทรัพย์ ๗ ปี ๖ เดือน ฐานมีอาวุธปืน ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา ๗๒ ทวิ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ๖ เดือรวมจำคุก ๙ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ จำคุกฐานชิงทรัพย์ ๑๕ ปี ปรับฐานนำรถที่ยังไม่ได้เสียประจำปีมาใช้ ๕๐๐ บาท ปรับฐานขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาต ๕๐๐ บาท และปรับฐานนำรถจักรยานยนต์มาใช้โดยไม่แสดงแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ ๕๐๐ บาท รวมจำคุก ๑๕ ปีปรับ ๑,๕๐๐ บาท ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ในข้อหามีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๑ และให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ในข้อหาขับรถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และลงโทษจำเลยที่ ๒ในความผิดฐานขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับจำเลยที่ ๑ คงได้ความจากคำเบิกความของจำเลยที่ ๑ ตอบคำถามค้านของโจทก์แต่เพียงว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยได้รับอนุญาตจากทางราชการให้มีและพกพาอาวุธปืนเท่านั้น ถือไม่ได้ว่าโจทก์นำสืบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว เพราะในการพิจารณาคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ฟังได้ว่า จำเลยกระทำผิด ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้อาวุธปืนที่จำเลยที่ ๑ ใช้ขู่ชิงทรัพย์ผู้เสียหายมาเป็นของกลางและไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่พิสูจน์ให้เห็นว่าอาวุธปืนดังกล่าวไม่มีหมายเลขทะเบียน จึงลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้ ส่วนจำเลยที่ ๒ นั้นก็เช่นกัน คงได้ความจากคำเบิกความของจำเลยที่ ๒ตอบคำถามค้านของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๒ ไม่เคยได้รับใบอนุญาตให้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ถือไม่ได้ว่าโจทก์นำสืบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นจึงลงโทษจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานขับรถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถตามฟ้องไม่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3674/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอารักษ์หรือรักประวัติ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายอารักษ์หรือรักประวัติ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2135/2518ฎีกา 1148/2534ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 831/2541ฎีกา 2813/2566ฎีกา 5712/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5806/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา