⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1045/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงกันให้ถือเอาผลการพิสูจน์ลายมือชื่อในคดีอื่นมาใช้ในคดีนี้ ศาลย่อมมีอำนาจรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบการพิจารณาพิพากษาได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยตกลง กันให้ถือ เอาผลการพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ในคดีอื่นมาเป็นผลการตรวจ พิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ และได้ แถลงรับกันว่าผลการตรวจ พิสูจน์ลายมือชื่อในคดีดังกล่าว ปรากฏว่า ลายมือชื่อในเช็ค ไม่ใช่ลายมือของจำเลยที่ 2 ศาลจึงมีอำนาจที่จะรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบกับพยานหลักฐานอื่นในสำนวนแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ ไม่เป็นการผิดกฎหมายหรือขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 3 หลบหนีศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ชั่วคราว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โดยฟังข้อเท็จจริงตรงกันว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้ลงชื่อในเช็คพิพาท จำเลยที่ 2จึงมิได้กระทำความผิด จำเลยที่ 1 จึงไม่ได้กระทำความผิดด้วยที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินในบัญชีอันจะพึงใช้ได้ในขณะออกเช็คนั้นอันเป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยรับฟังผลการพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 158/2529 ของศาลชั้นต้นเป็นการมิชอบและขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น เห็นว่า โจทก์จำเลยได้ตกลงกันให้ถือเอาผลการพิสูจน์ในคดีดังกล่าวมาเป็นผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ รายละเอียดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 28 ตุลาคม 2529และคู่ความได้แถลงรับกันว่า ผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อตามคดีหมายเลขดำที่ 158/2529 ของศาลชั้นต้น ผลปรากฏออกมาว่าลายมือชื่อในเช็คไม่ใช่ลายมือของจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจที่จะรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบกับพยานหลักฐานอื่นในสำนวนแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ ไม่เป็นการผิดกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่อย่างใด..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2533 นาย สำเริง ชาดิษฐ์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชัยอุดมก่อสร้างลำนารายณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สำเริง ชาดิษฐ์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชัยอุดมก่อสร้างลำนารายณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียร ยูงทอง · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4499/2531ฎีกา 286/2536ฎีกา 3219/2516ฎีกา 880/2502ฎีกา 1640/2526ฎีกา 729/2489ฎีกา 949/2530ฎีกา 4979/2541ฎีกา 3012-3013/2543ฎีกา 1496/2543ฎีกา 899/2487ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1120/2521ฎีกา 2414/2515ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1404/2512ฎีกา 6759/2540ฎีกา 7847/2544ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4519/2544ฎีกา 186/2514ฎีกา 915/2478
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ