⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1929/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1929/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บิดามารดาจะหลุดพ้นความรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ผู้เยาว์บุตรกระทำลงได้ ต้องพิสูจน์ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

กรณีในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 429 บิดามารดาจะต้องพิสูจน์ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น จำเลยที่ 1 ผู้เยาว์ไปรับจ้างทำงานในจังหวัดนครราชสีมาและได้ทำร้ายร่างกายโจทก์ โดยในระหว่างนั้นจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นบิดามารดาอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำสืบได้ความเพียงว่าจำเลยที่ 1 ไปรับจ้างทำงานในจังหวัดนครราชสีมาโดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้ตามไปอยู่ด้วยเท่านั้น มิได้พิสูจน์ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.429

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ บุตรผู้เยาว์ของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ใช้ด้ามจอบตีศีรษะโจทก์อย่างแรง เป็นเหตุให้ศีรษะโจทก์แตก กะโหลกศีรษะยุบลงถึงสมองขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๒๙,๔๑๖ บาท แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จตำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๒๓,๔๑๖ บาท แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นบิดามารดาของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เยาว์ จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในผลของการละเมิดของจำเลยที่ ๑ หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๑ ไปรับจ้างทำงานในจังหวัดนครราชสีมาและได้ทำร้ายร่างกายโจทก์ โดยในระหว่างนั้นจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ เห็นว่ากรณีอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๙กล่าวคือจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งเป็นบิดามารดาจะต้องพิสูจน์ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้นแต่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ นำสืบได้ความเพียงว่า จำเลยที่ ๑ไปรับจ้างทำงานในจังหวัดนครราชสีมาโดยจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไม่ได้ตามไปอยู่ด้วยเท่านั้น มิได้พิสูจน์ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในผลแห่งการละเมิดของจำเลยที่ ๑ตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1929/2533 นายสมหมาย ชินวงศ์ฯ โจทก์ นายทองมี คำหล่าหรือคำหล้า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมหมาย ชินวงศ์ฯ · จำเลย - นายทองมี คำหล่าหรือคำหล้า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นางสาวกฤษณี เชื้อชนะภิญโญ · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ น้าประเสริฐ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1472/2506ฎีกา 468/2519ฎีกา 149/2526ฎีกา 9774/2544ฎีกา 2256-2257/2517ฎีกา 1557/2523ฎีกา 2134/2523ฎีกา 4187/2540ฎีกา 4943/2536ฎีกา 356/2511ฎีกา 8138/2555ฎีกา 934/2517ฎีกา 948/2490ฎีกา 1697/2527ฎีกา 605/2527ฎีกา 847/2496ฎีกา 547/2519ฎีกา 528/2523ฎีกา 3346/2530ฎีกา 2850/2524ฎีกา 381/2525ฎีกา 974/2508ฎีกา 985/2515ฎีกา 1215/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา