⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4990/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4990/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องและคำคัดค้านพอวินิจฉัยได้ ศาลมีอำนาจสั่งโดยไม่ต้องไต่สวน และการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดเมื่อตกลงกันและส่งมอบทรัพย์สิน กรรมสิทธิ์ย่อมตกแก่ผู้ซื้อทันที

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้อง และตามคำคัดค้านของโจทก์พอวินิจฉัยได้ ศาลมีอำนาจงดการไต่สวนและมีคำสั่งได้โดยไม่ต้องทำการไต่สวน เมื่อตามข้อเท็จจริงที่ได้ความเห็นได้ชัดว่าผู้ร้องและจำเลยตกลงซื้อขายกันโดยวิธีผ่อนชำระ และได้มอบรถยนต์ของกลางให้จำเลยครอบครอง จึงเป็นการซื้อขายกันเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458 กรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลางตกไปเป็นของจำเลยแล้ว นับแต่วันที่ผู้ร้องและจำเลยตกลงซื้อขายรถยนต์ของกลางกัน ผู้ร้องจึงไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.458

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันมีไม้กระทุ่งนาแปรรูปจำนวน ๑๐๓ แผ่น ปริมาตร ๑.๓๔ ลูกบาศก์เมตรซึ่งเป้นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ริบไม้และรถยนต์ไทยประดิษฐ์ (อีแต๋น) ของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและริบของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลางทั้งหลังเกิดเหตุผู้ร้องมิได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์ จำเลยที่ ๑ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่ารถยนต์ของกลางเป็นของจำเลยที่ ๑ และถ้าหากปรากฏหลักฐานว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องก็มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดการไต่สวนและมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้องและคำคัดค้านของโจทก์พอวินิจฉัยได้ ศาลมีอำนาจสั่งงดไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งได้โดยไม่ต้องทำการไต่สวน และคดีนี้ตามคำร้องของผู้ร้องได้ความว่าเดิมรถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง จำเลยขอซื้อรถยนต์ของกลางจากผู้ร้องโดยขอผ่อนชำระราคา ผู้ร้องตกลงขายให้จำเลยในราคา ๓๐,๐๐๐ บาท และจำเลยเพิ่งชำระราคาให้เพียง ๒๐,๐๐๐ บาทเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้องวินิจฉัยได้แล้ว หาจำต้องทำการไต่สวนไม่และตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นได้ชัดว่าผู้ร้องและจำเลยตกลงซื้อขายกันโดยวิธีผ่อนชำระ และได้มอบรถยนต์ของกลางให้จำเลยครอบครอง จึงเป็นการซื้อขายกันเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๕๘ กรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลางตกไปเป็นของจำเลยแล้วนับแต่วันที่ผู้ร้องและจำเลยตกลงซื้อขายรถยนต์ของกลางกัน ผู้ร้องจึงไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ของกลาง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4990/2533 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์ นายสุรพล ยาบัวผา ผู้ร้อง นายบรรทัง ดีละลม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · ผู้ร้อง - นายสุรพล ยาบัวผา · จำเลย - นายบรรทัง ดีละลม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 765/2506ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา