⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5585/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5585/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนการไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ถือเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องคำนวณระยะเวลาเดินทางและออกเดินทางแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ทันเวลานัดของศาล หากจำเลยมาศาลไม่ทันเวลานัดอันเนื่องมาจากความผิดของจำเลยเอง ศาลย่อมมีอำนาจสั่งยกคำร้องโดยไม่ต้องทำการไต่สวนก่อนได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นเลื่อนการไต่สวนคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยไปตามคำร้องขอของจำเลย จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องคำนวณระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางและออกเดินทางเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ทันเวลานัดของศาล เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องไม่ปรากฏว่ารถยนต์โดยสารที่จำเลยเดินทางมานั้น ใช้เวลาเดินทางมากกว่าปกติเกินกว่าที่คาดคิดแต่อย่างใดจึงเห็นได้ว่าการที่จำเลยมาศาลไม่ทันเวลานัด เป็นเพราะความผิดของจำเลยที่ไม่ออกเดินทางมาก่อนหน้านั้น ดังนั้น แม้จะฟังเป็นความจริงดังที่จำเลยอ้างในคำร้อง ก็ไม่มีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นจะเพิกถอนคำสั่งที่ให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยได้ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลยโดยไม่ทำการไต่สวนเสียก่อนจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.155 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๓๐ แต่ต่อมาได้เลื่อนไปวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๐ ครั้นถึงวันนัดไต่สวนที่เลื่อนมา เจ้าหน้าที่ศาลได้ประกาศเรียกจำเลยเข้าห้องพิจารณาหลายครั้ง จนถึงเวลา๑๑.๓๐ นาฬิกา จำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นออกนั่งพิจารณาเมื่อเวลา ๑๑.๓๕ นาฬิกา และมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาว่า จำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง จึงถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาไต่สวนให้เชื่อได้ว่าจำเลยเป็นคนยากจน ไม่มีเงินชำระค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์จริง ให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน ๗ วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ต่อมาในวันเดียวกันเวลา ๑๓ นาฬิกาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว อ้างว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้จงใจละทิ้งคดี เหตุที่มาศาลไม่ทันตามเวลานัดเพราะรถยนต์โดยสารที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานครเสียเวลาในการเดินทาง และระหว่างนั้นจำเลยได้โทรศัพท์แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ศาลทราบเพื่อขอให้ศาลเลื่อนคดีไปในตอนบ่ายแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นเลื่อนการไต่สวนมาเป็นวันที่ ๗ กรกฎาคม๒๕๓๐ เวลา ๙ นาฬิกา ตามคำร้องขอของจำเลยทั้งสอง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสองจะต้องคำนวณระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเดินทางจากกรุงเทพมหานครมายังศาลชั้นต้น และออกเดินทางเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ทันเวลานัดของศาล แต่ปรากฏจากคำร้องของจำเลยว่า จำเลยทั้งสองออกจากกรุงเทพมหานครเมื่อเวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา ของวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๓๐ โดยรถยนต์โดยสารของบริษัทขนส่ง จำกัด รถยนต์โดยสารมาถึงจังหวัดปัตตานีเวลา ๙.๔๕ นาฬิกาของวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๐ หยุดรับประทานอาหารแล้วจึงเดินทางต่อมายังจังหวัดนราธิวาสโดยในคำร้องของจำเลยดังกล่าวไม่ปรากฏว่า รถยนต์โดยสารเที่ยวนั้นใช้เวลาเดินทางมากกว่าปกติเกินกว่าที่คาดคิดแต่อย่างใด จึงเห็นได้ว่า การที่จำเลยทั้งสองมาศาลไม่ทันเวลานัด เป็นเพราะความผิดของจำเลยทั้งสองที่ไม่ออกเดินทางมาก่อนหน้านั้น ดังนั้นแม้จะฟังเป็นความจริงดังที่จำเลยทั้งสองอ้างในคำร้อง ก็ไม่มีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นจะเพิกถอนคำสั่งที่ให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสองที่ได้สั่งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๐นั้นได้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องทำการไต่สวนคำร้องของจำเลยดังกล่าวอีก ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสองโดยไม่ทำการไต่สวนเสียก่อนจึงชอบด้วยกฎหมาย ส่วนที่จำเลยทั้งสองอ้างต่อมาว่า รถยนต์โดยสารเที่ยวนั้นไม่สามารถแล่นด้วยความเร็วอย่างที่เคยแล่นได้ เพราะมีด่านตำรวจทางหลวงตรวจจับความเร็วตลอดทางนั้น ก็เป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยเพิ่งยกขึ้นกล่าวอ้างในภายหลังจำเลยหาได้อ้างเหตุดังกล่าวไว้ในคำร้องฉบับลงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๐ ไม่ จึงไม่รับวินิจฉัยให้และที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าได้โทรศัพท์จากจังหวัดปัตตานีขอให้เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งขอเลื่อนคดีต่อศาลชั้นต้น แม้จะเป็นความจริงก็ไม่ใช่เหตุสมควรที่จะให้เลื่อนคดีได้ เพราะการที่จำเลยทั้งสองมาไม่ทันเวลานัดเกิดจากความผิดของจำเลยทั้งสองที่ไม่ออกเดินทางเสียแต่เนิ่น ๆ ดังได้วินิจฉัยมาแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5585/2534 บริษัทสมบูรณ์พัฒนา จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดธนกิจค้าไม้ก่อสร้าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสมบูรณ์พัฒนา จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดธนกิจค้าไม้ก่อสร้าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ตัน เวทไว · บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - (อ่านไม่ออก) · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายประชิต ศรศักดา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9028/2542ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 1383/2506ฎีกา 3183/2541ฎีกา 2674/2565ฎีกา 5011/2532ฎีกา 3470/2526ฎีกา 2280/2559ฎีกา 866/2518ฎีกา 403/2530ฎีกา 4794/2534ฎีกา 1055/2510ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 3934/2530ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 68/2529ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 679/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา